“ซุ่ยซุ่ย ตื่นเร็ว ฐานผ้าขาวใกล้ถึงแล้ว”
ซุ่ยซุ่ยลืมตาขึ้นอย่างงัวเงีย กำแพงหินสูงใหญ่ทอดยาวปรากฏอยู่ไม่ไกล
นี่เป็นครั้งแรกที่เธอได้เห็นฐานที่มั่น
บริเวณรอบฐานที่มั่นมีการกำจัดซอมบี้ไปเกือบหมดแล้ว
มองจากตรงประตูไกล ๆ ก็เห็นผู้คนต่อแถวรอเข้าไปด้านใน
บนกำแพงหินยังมีทหารถือปืนยืนเรียงแถวอยู่
ทหารที่ยืนอยู่บนจุดสูงสุด คอยส่องสถานการณ์ผ่านกล้องส่องทางไกล สังเกตเห็นรถสามล้อสีชมพูที่กำลังมุ่งหน้ามาทางนี้
เขาจำได้ว่าไม่มีใครในฐานที่มั่นขับรถฉูดฉาดแบบนี้
จึงรีบแจ้งทหารที่อยู่ด้านล่างทันที
ทุกคนยกปืนขึ้น เตรียมพร้อมระวังภัยขั้นสูงสุด
ผู้คนที่ต่อแถวรอเข้าไปเริ่มแตกตื่น
หรือฝูงซอมบี้กำลังมาอีกแล้ว?
หมีน้อยสังเกตเห็นท่าทีระแวดระวังของคนพวกนั้นตั้งแต่ไกล
มันยื่นอุ้งเท้าเข้าไปในช่องเล็ก ๆ ใต้ห้องคนขับ แล้วหยิบโทรโข่งรูปเป็ดเหลืองออกมา
“ซุ่ยซุ่ย พวกเขากลัวเรานิดหน่อย ลองร้องเพลงให้ฟังสักเพลงสิ”
“ได้เลย ๆ แม่บอกว่าหนูร้องเพลงเพราะที่สุดเลย”
ซุ่ยซุ่ยรับโทรโข่งอันจิ๋วมา ทำตามที่หมีน้อยบอก
เธอกดปุ่มตรงด้ามจับ แล้วอ้าปากร้องเพลง
“แม่น้ำสายใหญ่ไหลลงบูรพา~ บนฟ้ามีดวงดาวชี้ทางกระบวยเหนือ~ เฮ้ฮ่า เฮ้ฮ่า~ ชี้ทางกระบวยเหนือ!”
ร่างของหมีน้อยขยับโยกไปตามเสียงเพลงอย่างห้ามไม่อยู่
อืม! ต้องแบบนี้สิ!
มันบิดคันเร่งเต็มแรง รถสามล้อพุ่งไปด้วยความเร็วสูงสุด
ไม่ถึงหนึ่งนาทีก็มาถึงหน้าผู้คนที่กำลังต่อแถว
ในที่สุดทุกคนก็ได้เห็นเจ้าของเสียงเพลง
เดี๋ยวนะ เด็กบ้านไหนกันที่ไม่ชอบเพลงกล่อมเด็ก แต่กลับชอบเพลงวีรบุรุษเนี่ย!
หมีน้อยรู้จักมารยาทในการต่อแถวดี จึงจอดอยู่หลังสุดของฝูงชน
“คนขับเป็นตุ๊กตาหมีนี่นา! นั่นเป็นพลังพิเศษของเด็กผู้หญิงคนนั้นเหรอ?”
“อาหาร! บนรถของเธอมีอาหาร!”
“อะไรนะ!”
คนส่วนใหญ่ที่ต่อแถวอยู่ด้านนอกมาจากเมืองใกล้เคียง ตั้งใจมาพึ่งพาฐานผ้าขาว
แต่ละคนหิวโซจนซูบผอม หน้าซีดเหลือง ขาสั่นพั่บ ๆ
หลายคนยังสูญเสียญาติพี่น้องและเพื่อนร่วมทางระหว่างทางมาด้วย
เมื่อเห็นอาหารในรถสามล้อของซุ่ยซุ่ย ทุกคนจึงเริ่มคิดไม่ซื่อ
มุมปากที่ยกขึ้นของหมีน้อยค่อย ๆ ตกลง
ซุ่ยซุ่ยเองก็สัมผัสได้ว่าบรรยากาศผิดปกติ มือที่กำโทรโข่งแน่นขึ้น
“ซูเปอร์มาร์เก็ตหมีน้อยกับเด็กเปิดให้บริการแล้วนะคะ ทุกคนใช้คริสตัลพลังหรือเครื่องประดับทองเงินแลกคะแนนเพื่อซื้อสินค้าได้ค่ะ”
หัวหน้าฐานที่รีบรุดมาหลังได้รับรายงานจากลูกน้องชะงักฝีเท้า
หืม? ซูเปอร์มาร์เก็ต?!
คนที่ต่อแถวมองหน้ากันไปมา
ต่างรอให้คนอื่นลงมือก่อน
ไม่ว่าจะปล้นหรือซื้อก็ตาม
ก่อนที่พวกคิดไม่ซื่อจะได้ลงมือ หัวหน้าฐานก็พาคนเดินเข้ามา
หัวหน้าฐานเป็นชายหนุ่มหน้าตาหล่อสะอาด ดูอายุไม่เกินสามสิบกว่า
เขาดันแว่นขึ้น ยิ้มแล้วหยุดตรงหน้าซุ่ยซุ่ย
“สวัสดี ฉันเป็นหัวหน้าฐานผ้าขาว หนูน้อยหมายความว่าจะเปิดซูเปอร์มาร์เก็ตในฐานของเราเหรอ?”
“พี่ชายหน้าตาคล้ายพี่สาวคนสวยที่หนูเจอวันนี้เลยค่ะ”
ซุ่ยซุ่ยเป็นคนความจำดี อีกทั้งเหยียนเคอที่เธอเจอก่อนหน้านี้ก็สวยมาก แถมยังดูมีออร่าดุดัน
ชายตรงหน้าคล้ายเหยียนเคออยู่เจ็ดส่วน มองดี ๆ ก็เห็นได้ชัด
เหยียนเหิงยังคงยิ้ม สีหน้าไม่เปลี่ยนพลางอธิบาย “ถ้าอย่างนั้นคนที่หนูเจอคงเป็นน้องสาวของฉัน เธอสบายดีไหม?”
“สบายดีค่ะ พี่สาวยังซื้อของกินจากหนูไปตั้งเยอะเลย”
“อย่างนั้นเหรอ งั้นเราเปิดทางพิเศษให้หนูเข้าไปคุยข้างในดีไหม?”
แม้จะได้ยินว่าน้องสาวเคยซื้อของจากซุ่ยซุ่ย แต่เหยียนเหิงก็ยังไม่ได้คลายความระแวดระวังลงทั้งหมด
หมีน้อยพยักหน้าให้ซุ่ยซุ่ย
พวกเธอเดินผ่านทางที่เปิดไว้ด้านข้าง เจ้าหน้าที่ตรวจดูคร่าว ๆ ว่าทั้งคนทั้งหมีไม่มีบาดแผล
จากนั้นจึงปล่อยให้เข้าไป
ซุ่ยซุ่ยกลับไปนั่งในห้องคนขับ ส่วนเหยียนเหิงเดินตามอยู่ข้างรถสามล้อ
เขาแอบสังเกตหมีน้อยกับรถสามล้อที่สะอาดเอี่ยมด้วยหางตา
หมีน้อยขับไม่เร็ว มันกำลังเลือกทำเลตั้งแผง
ซุ่ยซุ่ยเกาะหน้าต่าง คุยเล่นกับเหยียนเหิงที่เดินอยู่ด้านนอก
เหยียนเหิงเป็นคนชวนคุยเก่งมาก เขาหยอกจนซุ่ยซุ่ยหัวเราะเอิ๊กอ๊าก
แต่ซุ่ยซุ่ยรู้ว่าอะไรควรพูดอะไรไม่ควรพูด เรื่องที่ไม่ควรบอก เธอไม่มีทางพูดออกมา
“ซุ่ยซุ่ย เราตั้งแผงตรงนั้นกัน!”
หมีน้อยชี้ไปยังใจกลางลานกว้างด้านหน้า
รอบลานมีคนไม่น้อยปูผ้าลงบนพื้น แล้ววางสินค้าบางอย่างไว้บนนั้น
แต่คนซื้อมีไม่มากนัก
เหยียนเหิงเพิ่งเคยได้ยินตุ๊กตาหมีพูดเป็นครั้งแรก รอยยิ้มตรงมุมปากแข็งค้างไปเลย
เขาไม่เคยได้ยินว่ามีพลังพิเศษที่มอบวิญญาณให้สิ่งไม่มีชีวิตได้ด้วยนี่นา?
ซุ่ยซุ่ยเองก็คิดว่าที่นี่กว้างมาก!
“พี่หัวหน้าฐาน หนูตั้งแผงขายของตรงนี้ได้ไหมคะ?”
“ได้”
เหยียนเหิงเองก็อยากเห็นว่าเธอจะขายอย่างไร
เมื่อได้รับอนุญาต หมีน้อยก็ขับรถพรวดเดียวไปจอดกลางลาน
ซุ่ยซุ่ยกระโดดลงมาพร้อมกับมัน หมีน้อยถือกล่องเหล็กยืนอยู่ข้างรถ
ซุ่ยซุ่ยเปิดประตูท้าย ด้านในทั้งสองฝั่งวางอาหารจนเต็ม
ตรงกลางเว้นทางเดินเล็ก ๆ ให้ซุ่ยซุ่ยเดินไปมา
คู่มือการใช้งานของสินค้าจากระบบจะประทับลงในสมองของผู้ใช้โดยอัตโนมัติ
ซุ่ยซุ่ยกางบันไดเล็กที่ติดอยู่ข้างประตูลงอย่างคล่องแคล่ว แล้วหยิบเก้าอี้พับออกมาสองตัว
พอกางออกก็เห็นลายเป็ดเหลืองอยู่ด้านบน
นี่คือที่นั่งของเธอกับหมีน้อย
เตรียมทุกอย่างพร้อมแล้ว ซุ่ยซุ่ยก็ยกโทรโข่งอันจิ๋วขึ้นอีกครั้ง
“ซูเปอร์มาร์เก็ตหมีน้อยกับเด็กเปิดแล้วค่า~ มีขนมปัง ข้าวต้ม และข้าวสวย~ เดินผ่านแล้วอย่าพลาดนะคะ~”
โทรโข่งมีฟังก์ชันบันทึกเสียง หลังจากซุ่ยซุ่ยพูดจบ เธอก็แขวนมันไว้กับประตูท้ายให้เล่นเสียงวนซ้ำ
เสียงเด็กน้อยหวานใสทะลุไปได้ไกลเป็นพิเศษ
คนแถวนั้นที่เดิมก็แอบมองมาทางนี้อยู่แล้ว ต่างพากันกรูเข้ามา
เหยียนเหิงอยู่ใกล้ที่สุด เขาไม่ลังเลอยู่นาน เลือกเป็นคนแรกที่ซื้อของ
เขาไม่คิดเลยว่าของในซูเปอร์มาร์เก็ตของซุ่ยซุ่ยจะราคาถูกขนาดนี้
เขาหยิบข้าวราดหน้าหมูผัดพริกกับแอปเปิลอย่างละชิ้น ก่อนจ่ายเงิน
เขาไม่ได้เดินจากไป แต่เปิดกล่องข้าวกินต่อหน้าทุกคน
กลิ่นหอมชวนกินลอยฟุ้งออกมา พริกกับเส้นเนื้อมีน้ำมันเคลือบแวววาว
เสียงกลืนน้ำลายดังขึ้นเป็นระยะ
“หัวหน้าฐาน ให้ผมลองเถอะ ผมไม่กลัวว่ามันจะมีพิษ”
“ผมก็ลองได้ครับ หัวหน้าฐานจะเป็นอะไรไปไม่ได้นะ”
“ฉันว่าใจจริงพวกนายแค่อยากกินล่ะสิ”
เหยียนเหิงยิ้มพลางส่ายหน้า ก่อนหยิบตะเกียบที่แถมมากับข้าวราดหน้าขึ้นมาคีบกินคำหนึ่ง
กลิ่นหอมกระทะชัดเจน ซอสซึมเข้าเนื้อข้าว
ข้าวนุ่มกำลังดี เป็นข้าวคุณภาพเยี่ยม
ถึงจะเป็นหัวหน้าฐาน แต่เขาก็ไม่ได้กินหมูผัดพริกหอมมันอร่อยขนาดนี้มานานเกือบครึ่งปีแล้ว
แถมยังอร่อยกว่าที่เคยกินจากพ่อครัวฝีมือดี ก่อนโลกจะล่มสลายเสียอีก
เขากัดแอปเปิลอีกคำ แล้วพยักหน้าให้ทุกคนที่กำลังมองมาอย่างคาดหวัง
ทุกคนพลันตื่นเต้นขึ้นมา ต่างรีบร้อนอยากเบียดเข้าไปข้างหน้า
เหยียนเหิงรีบสั่งทหารที่ติดตามมาให้กันพวกเขาไว้
“ซูเปอร์มาร์เก็ตนี้ใช้ระบบคะแนน ทุกคนใช้คริสตัลพลังหรือเครื่องประดับทองเงินแลกได้ ถ้าใครมีของก็เข้าแถวให้เรียบร้อย แล้วเข้ามาทีละคน ถ้าใครคิดจะฉวยโอกาสโกงหรือขโมย อย่าหาว่าเหยียนเหิงไม่ไว้หน้าก็แล้วกัน”
เหยียนเหิงเป็นคนฉลาด ไม่อย่างนั้นคงไม่มีทางได้ขึ้นมาเป็นหัวหน้าฐาน
เขามองออกตั้งแต่แรกว่าซุ่ยซุ่ยไม่ธรรมดา
ในเมื่อเธอสามารถนำผลประโยชน์มาสู่ฐานของพวกเขาได้ เขาก็ยินดีต้อนรับ
เขาต้องแสดงจุดยืนของพวกเขาออกมา ด้วยการช่วยรักษาความเป็นระเบียบให้เรียบร้อย
ไม่อย่างนั้นถ้าเกิดเรื่องขึ้น อีกฝ่ายอาจเลิกเปิดซูเปอร์มาร์เก็ตที่นี่ก็ได้
อย่างไรเสีย ฐานที่มั่นก็ไม่ได้มีแค่แห่งเดียว
หูของหมีน้อยกระดิก มนุษย์คนนี้รู้จักดูสถานการณ์ดีนี่นา
ไม่เลว ๆ
แบบนี้ก็ไม่ต้องลงมือข่มขวัญให้เสียแรงแล้ว
