พระเจ้าเล็กรีบลุกพรวดขึ้น “บิดาเสนาบดี ห้ามเด็ดขาด! ราชสำนักนี้จะขาดตระกูลกั๋วจิ้วไปก็ได้ แต่ขาดท่านบิดาเสนาบดีไม่ได้เป็นอันขาด!”
ลุงผู้จ้องจะช่วงชิงอำนาจของตนอยู่ทุกวัน กับบิดาเสนาบดีผู้ภักดีต่อแผ่นดินและตนอย่างสุดใจ ในฐานะจักรพรรดิแล้ว เขาจะไม่รู้ได้อย่างไรว่าควรเลือกผู้ใด?
เสิ่นเยี่ยนซูกล่าวเสียงเรียบ “เมื่อฝ่าบาทตรัสเช่นนี้ กระหม่อมก็วางใจแล้ว เช่นนั้นพรุ่งนี้กระหม่อมจะประกาศราชโองการแทนฝ่าบาท”
ดังคำกล่าวที่ว่า คนห่างเหินไม่ควรสอดแทรกระหว่างญาติสนิท
ก่อนหน้านี้เสิ่นเยี่ยนซูคิดว่า อย่างไรไทเฮาก็เป็นพระมารดาผู้ให้กำเนิดฝ่าบาท หากพระนางประสงค์จะเลือกสะใภ้คนใด เขาก็ไม่สะดวกเข้าไปแทรกแซง
แต่บัดนี้เซี่ยกั๋วจิ้วกลับคิดเล่นงานเขา เช่นนั้นเมื่อพวกเขาไม่อยากให้เขาได้ดั่งใจ ตระกูลเซี่ยก็อย่าหวังจะได้ดั่งใจเช่นกัน!
พระเจ้าเล็กดีใจจนแทบกระโดด “ดี ดี ดี!”
บัดนี้เขารู้สึกว่าตนเป็นจักรพรรดิที่มีความสุขที่สุดในใต้หล้า ทั้งการงานและความรักล้วนราบรื่นสมปรารถนา พระบิดาผู้ล่วงลับช่างเลือกบิดาเสนาบดีที่ดีให้เขาจริง ๆ!
……
จวนหรง
รุ่งเช้าวันถัดมา
ท่านซื่อคงต้าซือนั่งลงบนเบาะรองนั่ง ณ ลานประกอบพิธีที่หรงจือจือจัดเตรียมไว้ แล้วสวดพระสูตรส่งดวงวิญญาณท่านย่าหรงไปสู่สุคติ
ยามนั้นคนสกุลหรงต่างคุกเข่าอยู่ด้วยกัน สวดตามท่านซื่อคงต้าซือ
เมื่อพิธีส่งดวงวิญญาณเสร็จสิ้น
สีหน้าท่านซื่อคงต้าซือพลันเปลี่ยนไป ท่านยกมือขึ้นนับนิ้วคำนวณ สีหน้าเคร่งขรึมลง ก่อนสายตาจะหยุดอยู่ที่หวังซื่อกับหรงเจียวเจียว
เห็นท่านมีท่าทีเช่นนั้น ท่านราชครูหรงก็รีบถาม “ท่านต้าซือ เกิดเรื่องใดขึ้นหรือ?”
หวังซื่อกับหรงเจียวเจียวเองก็เริ่มกระวนกระวาย
เพราะเรื่องของท่านย่าหรง คนหนึ่งมีส่วนร่วมในการสังหาร อีกคนหนึ่งช่วยปกปิด วันนี้ทั้งสองคุกเข่าอยู่ที่นี่ด้วยกัน ต่างก็รู้สึกผิดอยู่ในใจเป็นทุนเดิม
จะทนสายตาของท่านซื่อคงต้าซือได้อย่างไร?
