หรือว่าเรื่องในครั้งนั้น ยังมีความจริงเบื้องหลังอีกหรือไม่
จาวซีคุกเข่าลงข้างเท้าหรงจือจือทันที แล้วเล่ารายละเอียดทั้งหมดให้นางฟัง
หลังเล่าจบ
จาวซีก้มศีรษะขอรับโทษว่า “คุณหนู เรื่องนี้เป็นความผิดของบ่าว บ่าวไม่ควรฟังคำสั่งของสมุหใหญ่แล้วปิดบังท่านจริง ๆ”
ที่จริงแล้ว ต่อให้บอกคุณหนูไป เรื่องนั้นก็ไม่ได้มีประโยชน์อะไร มีแต่จะทำให้คุณหนูไม่สบายใจและรู้สึกเป็นภาระเท่านั้น
นางจึงไม่ได้พูดออกไป
แต่ตอนนี้ลองคิดดูให้ดี นางเป็นบ่าวของคุณหนู นางควรฟังคำคุณหนูต่างหาก เหตุใดสมุหใหญ่สั่งไม่ให้พูด นางถึงได้ปิดปากเงียบไปจริง ๆ
หรงจือจือถึงกับมึนงง “เจ้า...”
นางไม่ได้โง่ จะไม่รู้ได้อย่างไรว่าจาวซีไม่บอกนางเพราะคำนึงถึงสิ่งใด
เพียงวันเดียว กลับทำให้นางได้รู้เรื่องเช่นนี้ถึงสองเรื่อง...
จาวซีโขกศีรษะ “บ่าวเลอะเลือนเอง หากคุณหนูจะลงโทษ บ่าวก็ไม่มีความขุ่นเคืองแม้แต่น้อย”
หรงจือจือ “...”
นางไม่รู้จริง ๆ ว่าควรลงโทษสาวใช้คนนี้หรือไม่
เดิมทีจิตใจนางก็ยุ่งเหยิงอยู่แล้ว ยามนี้ยิ่งพันกันเป็นปม หากเป็นเช่นนี้ ถ้าไม่ใช่เพราะเขา คนที่ถูกงูกัดในปีนั้นก็คือตัวนางเองหรือ
คนที่ต้องนอนป่วยอยู่หลายปี กระอักเลือดอยู่บ่อยครั้ง ก็คือตัวนางเองหรือ
บุญคุณที่เขาช่วยชีวิตนาง แท้จริงแล้วเขาก็ตอบแทนไปตั้งแต่ปีนั้นแล้วหรือ
ถึงขั้นว่าเมื่อย้อนกลับมามอง กลับเป็นนางที่ติดค้างเขามากกว่า
แม่นมอวี้เอ่ยขึ้นในเวลานี้ว่า “คุณหนู ที่จริงบ่าวเห็นว่าสมุหใหญ่ปฏิบัติต่อท่านดีจนไม่มีอะไรให้ตำหนิเลยเจ้าค่ะ”
“ไม่ต้องพูดถึงสองเรื่องที่เกิดขึ้นวันนี้ แค่เรื่องในช่วงหลายวันที่ผ่านมา ซึ่งทำให้คุณหนูไม่พอใจ ฮูหยินผู้เฒ่าแห่งตระกูลเสิ่นก็มาขอโทษถึงเรือนทุกวัน ยังดูความจริงใจของสมุหใหญ่ไม่ออกอีกหรือเจ้าคะ”
