หรงจือจือสงสัยว่าสมองของคนสกุลฉีป่วยหนักกว่าแต่ก่อนหรือไม่
ตั้งแต่แรกนางก็ไม่อยากพบฉีจื่อฟู่อยู่แล้ว ใครใช้ให้พวกเขามารออยู่ตรงนี้กันเล่า?
จาวซีอดไม่ไหว เท้าเอวด่าฉีอวี่เยียนว่า “เจ้าคงเป็นจิตรกรชั้นยอดสินะ คนอื่นไม่ไว้หน้าเจ้า แต่เจ้ากลับวาดหน้าตัวเองให้ใหญ่โตเสียกลมดิกได้!”
“คุณหนูของข้าเห็นพวกเจ้าพี่น้องทีไร ก็รู้สึกว่ามีแต่เรื่องอัปมงคล!”
“พวกเจ้าร้อนรนเข้ามาหาเอง ทั้งยังปักหลักอยู่หน้าจวนหรงไม่ยอมไป บัดนี้กลับพูดราวกับมีใครร้องขอให้พวกเจ้ามาเสียอย่างนั้น แถมยังจะให้ข้าขอโทษพวกเจ้าอีกหรือ?”
ฉีอวี่เยียนได้ยินแล้วโกรธจนหน้าซีดเขียว หันไปมองหรงจือจือพลางกล่าวว่า “หรงจือจือ เจ้าไม่คิดจะอบรมทาสของเจ้าบ้างหรือ!”
“ลองฟังสิว่านางพูดอะไรออกมา! เจ้านายกำลังพูด มีที่ไหนให้ทาสอย่างนางสอดปากขึ้นมาได้?”
ฉีจื่อฟู่ถูกจาวซีด่าเช่นนี้ ก็รู้สึกเสียหน้าเช่นกัน
หรงจือจือเอ่ยด้วยสีหน้าไร้อารมณ์ว่า “จาวซีเป็นทาสก็จริง แต่เป็นทาสของข้า ยังไม่ถึงคราวที่เจ้าจะมาสั่งสอนนาง”
“ที่นี่ไม่ใช่สกุลฉีของพวกเจ้า และข้าก็ไม่ใช่คนสกุลฉี หากอยากวางอำนาจ ก็กลับไปวางที่จวนของเจ้า!”
“ข้าก็ไม่เห็นว่าคำพูดของจาวซีจะผิดตรงไหน กลับเป็นพี่ชายของเจ้าต่างหากที่ควรล่ามโซ่ให้แน่น อย่าปล่อยหมาบ้าออกมากัดคน!”
