ชั่วชีวิตของหรงจือจือแทบไม่เคยพูดจาเกรี้ยวกราดเช่นนี้ ที่แท้ก็เพราะคนตรงหน้าทั้งหลายชวนให้สะอิดสะเอียนเกินไป
ชาตินี้พวกนางไม่เคยทำอะไรเพื่อนางแม้แต่น้อย ไม่เคยใส่ใจนางสักคำ กลับมาด่าว่านางซ้ำแล้วซ้ำเล่า ราวกับเสียดายที่นางเสียสละเพื่อพวกนางยังไม่มากพอ
อะไรกัน!
หรงอี้ฟังแล้วหน้าซีดเผือด น้ำตาคลออยู่ในดวงตา จะไหลก็ไม่ไหล
หรงอวี่ยิ่งตกใจจนไม่กล้าส่งเสียง
หรงเจียวเจียวกล่าวอย่างไม่อยากเชื่อว่า “พี่ใหญ่ ท่าน...ท่านพูดจาไม่น่าฟังเช่นนี้ได้อย่างไร”
หรงจือจือย้อนถามว่า “พวกเจ้าพูดจาไม่น่าฟังกับข้ามาน้อยนักหรือ? โดยเฉพาะเจ้า หรงเจียวเจียว ทุกคำพูดของเจ้าไม่ต่างจากเสียงผายลมหรือเสียงสุนัขเห่าหรือไร”
นางอดทนมานานเกินไปแล้วจริง ๆ
ถูกกรอบของสตรีผู้เพียบพร้อมด้วยคุณธรรมผูกมัดตนเองมาโดยตลอด ถูกความคาดหวังที่มีต่อครอบครัวกดทับเอาไว้ คอยบังคับตนเองให้ไม่ถือสาพวกเขา และปฏิบัติดีต่อผู้อื่นให้มากเข้าไว้
แต่สุดท้ายนางได้อะไร? ได้แต่ให้ทุกคนยิ่งได้คืบเอาศอก!
ในเมื่อการเป็นสตรีผู้เพียบพร้อมด้วยคุณธรรมหมายถึงการถูกหยามเหยียดทุกวัน ต้องกล้ำกลืนความขุ่นเคืองทุกวัน แล้วนางจะข่มกลั้นอารมณ์ของตนไปเพื่ออะไรอีก?
สู้เริ่มตั้งแต่วันนี้แล้วเป็นหญิงร้ายเสียเลย หากนางไม่พอใจ ก็อย่าหวังว่าใครจะมีความสุข!
หรงเจียวเจียวกล่าวว่า “ท่าน...ข้าไม่พูดกับท่านแล้ว! ท่านไม่เห็นหรือว่าน้องอี้กำลังจะร้องไห้เพราะท่านอยู่แล้ว?”
แววตาของหรงจือจือเต็มไปด้วยความดูแคลน “ทุกวันพวกเจ้าใช้มีดอ่อนกรีดหัวใจข้า เลือดที่ไหลอยู่ในใจข้า กลับไม่มีใครสักคนมองเห็น”
