เมื่อได้ยินนางกล่าวเช่นนั้น หรงจือจือก็เข้าใจเจตนาที่อีกฝ่ายมาหาแล้ว
หญิงสกุลกงซุนเอ่ยว่า “ถึงอย่างไรเจ้าก็เป็นคนที่บุตรชายข้าชอบ ข้าไม่อยากพูดจาให้ไม่น่าฟังเกินไป พูดพอเป็นนัยก็พอแล้ว เจ้าว่าเช่นนั้นหรือไม่”
ที่นางไม่พูดจาให้ไม่น่าฟังไปกว่านี้ หาใช่เพราะเหตุผลนั้นไม่ เพราะคำพูดเมื่อครู่ของนางก็นับว่าไม่น่าฟังอยู่แล้ว
นางกลัวว่าหากพูดจาร้ายกาจมากเกินไปแล้วบุตรชายรู้เข้า เขาคงไม่ยอมเลิกรากับนางง่าย ๆ
ในใจนางยังคงหวาดกลัวเสิ่นเยี่ยนซูอยู่
หรงจือจือเอ่ยเสียงเบาว่า “ข้าเข้าใจแล้ว วันนี้สมุหใหญ่ส่งของมาให้ข้าไม่น้อย ขอเชิญฮูหยินนำกลับไปทั้งหมดเถิด”
กล่าวจบ นางก็เหลือบมองจาวซี
มุมปากของหญิงสกุลกงซุนกระตุกเล็กน้อย ของขวัญที่บุตรชายคนโตส่งมา นางไม่กล้านำกลับไปโดยพลการจริง ๆ แต่ครู่ต่อมา เมื่อเห็นของขวัญเหล่านั้น...
ความกังวลเต็มอกของนางก็พลันมลายหายไป
เยี่ยนซูส่งอะไรมาให้หรงจือจือกัน ของขวัญยังส่งผิดฤดูกาลเช่นนี้ เห็นได้ชัดว่าเยี่ยนซูไม่ได้ใส่ใจนางสักเท่าใด!
ก่อนหน้านี้นางยังกังวลว่าหากเยี่ยนซูรู้เรื่องนี้เข้า จะมาทะเลาะกับนางเสียอีก!
คราวนี้ค่อยวางใจได้เสียที
นางลุกขึ้นกล่าวว่า “เซี่ยนจู่เป็นผู้รู้จักกาลเทศะ ข้าผู้เฒ่าชื่นชมยิ่งนัก”
“ในเมื่อการแต่งงานครั้งนี้ไม่เกิดขึ้นแล้ว ของขวัญเหล่านี้ข้าผู้เฒ่าขอนำกลับไปก่อน จะได้ไม่ทำให้เซี่ยนจู่เห็นของแล้วคิดถึงคน จนเกิดความคิดที่ไม่ควรขึ้นมา”
“ธุระที่ข้าผู้เฒ่าต้องจัดการวันนี้เสร็จสิ้นแล้ว ขอตัวกลับก่อน”
หรงจือจือกล่าวว่า “เชิญฮูหยิน”
นางไม่มีท่าทีรั้งแขกแม้แต่น้อย ทั้งไม่ได้พูดจาไม่น่าฟังกับหญิงสกุลกงซุน การที่อีกฝ่ายซึ่งเป็นมารดาจะไม่ชอบนาง เพราะนางเคยแต่งงานมาแล้วครั้งหนึ่งนั้น แท้จริงก็เป็นเรื่องปกติยิ่ง
