หวังซื่อได้ยินถ้อยคำของนาง ก็โกรธจนไม่รู้ว่าควรร้องไห้หรือหัวเราะดี ได้แต่รู้สึกเศร้าสลดอยู่ในใจ นี่หรือคือบุตรีที่นางทะนุถนอมมาหลายปี?
เหตุใดนางจึงโง่เขลาเช่นนั้น คิดว่าหากให้อภัยความผิดทุกอย่างของบุตรีแล้ว จะทำให้บุตรีใส่ใจและรักนางมากขึ้นได้
นางช่างโง่เขลานัก!
หวังซื่อกัดฟัน กล่าวด้วยความโศกแค้นว่า “ข้า...ในเมื่อข้าช่วยเจ้าหนีไปแล้ว ข้าจะไปบอกเส้นทางหลบหนีของเจ้าแก่บิดาเจ้าได้อย่างไร?”
หรงเจียวเจียวกล่าวอย่างขุ่นแค้นว่า “ก็เพราะท่านรักท่านพ่อมากเกินไปอย่างไรเล่า หากท่านพ่อใช้กลอุบายบุรุษรูปงาม หลอกให้ท่านพูดความจริงออกมาล่ะ!”
“หากท่านไม่ได้รักท่านพ่อมากถึงเพียงนี้ กลัวว่าท่านพ่อจะผูกใจเจ็บ ท่านก็รับผิดแทนข้าได้แท้ ๆ”
“ท่านพ่อยังระลึกถึงบุญคุณของท่านตา อย่างมากก็แค่จับท่านขังไว้ ไม่มีทางฆ่าท่านหรอก หรงจือจือก็จะไม่ต้องแบกรับชื่อเสียงเลวร้ายว่าฆ่ามารดา!”
“แต่ท่านเล่า? ท่านสนใจแต่ความรักของตัวเอง ท่านไม่เคยคิดถึงข้าเลย!”
หวังซื่อเพิ่งถูกบุตรีของตนทำให้โกรธจนหัวเราะเป็นครั้งแรก น้ำตาก็ไหลพรั่งพรูยิ่งกว่าเดิม
นางฝืนทนความเจ็บปวดอย่างรุนแรงที่ท้อง พลางกล่าวว่า “เจ้าว่าข้าไม่เคยคิดถึงเจ้าหรือ? ข้า...หากข้าไม่เคยคิดถึงเจ้า แล้วเหตุใด...เหตุใดข้าจึงต้องเสี่ยงทำให้ท่านพ่อเจ้าโกรธเพื่อปล่อยเจ้าไป?”
“หากข้าไม่เคยคิดถึงเจ้า คราวก่อนที่เจ้าวางยาข้า ข้าจะ...ให้อภัยเจ้าได้อย่างไร?”
“หากข้าไม่เคยคิดถึงเจ้า หลายปีมานี้...ทุกเรื่องทุกอย่างที่ข้าทำก็ล้วนคิดเพื่อเจ้า ถึงกับไม่เสียดายที่จะคิดหาทางเอาชีวิตหรงจือจือ...”
