หรงจือจือหัวเราะหยันเบา ๆ เอ่ยเรียบ ๆ ว่า “หวังว่าเจ้าจะเปิดโปงได้จริง ข้าจะคอยดู”
หรงเชื่อเจ๋อ “...”
นางได้ยินคำพูดของเขาแล้ว มิควรรู้สึกผิดและหวาดกลัวหรือ?
หรงจือจือจะไปพบท่านราชครูหรง จึงคร้านจะพัวพันกับหรงเชื่อเจ๋อต่อ นางอ้อมเขาแล้วมุ่งหน้าไปยังห้องหนังสือ
คิดไม่ถึงว่าหรงเชื่อเจ๋อจะมองแผ่นหลังของนางแล้วเอ่ยว่า “เจ้าพยายามพิสูจน์ว่าคนที่ช่วยข้าคือเจ้า เพราะอยากกลับมาคืนดีกับข้าใช่หรือไม่?”
ที่จริงเขาแทบอดใจไม่ไหว อยากเอ่ยกับหรงจือจือว่า หากนางอยากคืนดีกับเขาจริง ๆ ก็ไม่จำเป็นต้องโกหกเช่นนี้
ขอเพียงนางขอโทษเขาดี ๆ เขา...ก็ใช่ว่าจะฝืนใจให้อภัยนางไม่ได้
เพียงแต่นางเองก็ต้องถอยให้กันบ้าง อย่าคอยยึดติดกับเรื่องของเจียวเจียวไม่เลิก
คิดไม่ถึงว่าหรงจือจือกลับทำราวกับได้ยินเรื่องตลก
นางไม่หันกลับมา เอ่ยว่า “เจ้าคิดมากไปแล้ว ข้าแค่อยากสังหารหรงเจียวเจียวให้สำเร็จเท่านั้น”
“ระหว่างข้ากับเจ้ายังจะมีโอกาสคืนดีกันอีกหรือ? อย่าพูดเพ้อฝันตั้งแต่วันขึ้นปีใหม่เลย ข้าเกรงว่าตลอดปีนี้เจ้าจะมีชีวิตอยู่ในความฝัน”
ตลอดหลายปีมานี้ เขาทำร้ายจิตใจนางไปกี่ครั้ง? เหยียบย่ำความรู้สึกของนางไปกี่หน? ต่อหน้านาง เขาเทน้ำแกงที่นางเคี่ยวให้ทิ้งไปกี่ครั้ง?
ทั้งยังยืนอยู่ข้างหวังซื่อกับหรงเจียวเจียว ด่าทอและเยาะเย้ยนางอีกกี่หน? หากความทุกข์และความอดทนมีขีดจำกัด การกระทำของเขาก็ล้ำเกินขีดที่นางจะแบกรับไหวไปนานแล้ว
จะกลับไปคืนดีกับเขาอีกหรือ? เช่นนั้นนางคงเป็นคนที่ไม่รู้จักจดจำความแค้นเสียจริง!
ได้ยินหรงจือจือกล่าวเช่นนี้ หรงเชื่อเจ๋อก็หน้าเปลี่ยนสีด้วยความโกรธทันที รู้สึกว่าศักดิ์ศรีและหน้าตาของตนถูกทำลาย
