หรงจือจือคิดในใจ หรือว่าเสิ่นเยี่ยนซูกลับมาแล้ว ตำแหน่งของฉีจื่อฟู่จึงได้รับการแต่งตั้งอย่างเป็นทางการ? พระเจ้าเล็กยังมิได้ครองราชย์โดยพระองค์เอง เรื่องมากมายจึงล้วนเป็นท่านเสนาบดีอาวุโสที่ตัดสินใจ
นางคาดเดาถูกเพียงครึ่งเดียว
เมื่อออกมาด้านนอก นางกับคนสกุลฉีต่างคุกเข่าลงพร้อมกัน ฟังขันทีใหญ่หยางประกาศราชโองการด้วยตนเอง “ด้วยฟ้าประทานอาณัติ จักรพรรดิมีพระราชโองการว่า ซื่อจื่อแห่งจวนโหวซิ่นหยาง ฉีจื่อฟู่ จงรักภักดีต่อองค์จักรพรรดิและแผ่นดิน มิหวงแหนชีวิตตนเอง...”
คนสกุลฉีฟังถ้อยคำเหล่านั้น ใบหน้าล้วนเปื้อนรอยยิ้ม
แต่แล้วขันทีใหญ่หยางก็พลิกถ้อยคำ “ทว่าคุณธรรมบกพร่อง ถึงกับกล่าววาจาเหลวไหลเรื่องยึดฮูหยินลดบรรดาศักดิ์เป็นอนุภรรยาต่อหน้าพระพักตร์ ทำให้ขุนนางทั่วราชสำนักรู้สึกรังเกียจยิ่งนัก”
รอยยิ้มของคนสกุลฉีแข็งค้างอยู่บนใบหน้าจนหมด ฝ่าบาททรงพระราชทานรางวัลอยู่ดี ๆ เหตุใดจึงเริ่มตำหนิเสียแล้ว!
ขันทีใหญ่หยางอ่านต่อ “แม้เราจะผิดหวัง แต่ก็ยังเห็นแก่ความสามารถ จึงพระราชทานตำแหน่งจู่เจิ้งแห่งทหารมังกร ชั้นหก หวังว่าเจ้าจะพิจารณาตนเองให้ถี่ถ้วน อย่าทำให้เราต้องผิดหวังอีก โอษา!”
ฉีจื่อฟู่ฟังจบ ใจเย็นเยียบดุจสายน้ำ ทหารมังกรแห่งแคว้นต้าฉีมีหน้าที่สืบเสาะข่าวสารและแฝงตัวไปเป็นสายลับในแว่นแคว้นอื่น อยู่นอกเหนือการควบคุมของหกกรมใหญ่ และอยู่ใต้การกำกับดูแลของท่านเสนาบดีอาวุโส
แม้ผู้บังคับบัญชาสูงสุดของทหารมังกรจะมีตำแหน่งเพียงขุนนางชั้นตรงสี่พินธุ์ แต่อำนาจกลับยิ่งใหญ่ สามารถรายงานข่าวต่อท่านเสนาบดีอาวุโสและฝ่าบาทได้โดยตรง
เดิมทีเขาคิดว่าตนสร้างความชอบใหญ่หลวงเช่นนี้ ต่อให้ไม่ได้เป็นผู้บัญชาการ อย่างน้อยก็ควรได้เป็นรองผู้บัญชาการชั้นรองสี่พินธุ์ เพราะตำแหน่งรองผู้บัญชาการของทหารมังกรทั้งสองตำแหน่ง บัดนี้ยังว่างอยู่หนึ่งตำแหน่งจริง ๆ
