เช้าวันถัดมา เสิ่นเวยกับซูเยี่ยมุ่งหน้าไปยังเขตการเรียนการสอน
ช่วงเช้าวันนี้เป็นชั้นเรียนรวมของนักเรียนทุกคน เพื่อเรียนทฤษฎีเกี่ยวกับซอมบี้และอสุรกาย
แต่พอเดินไปถึงระเบียงอาคารเรียน—
“พี่สาว!”
เสียงคุ้นหูดังมาจากด้านหลัง
เสิ่นเวยหันไปมอง แล้วก็เห็นคนสองคนที่คุ้นหน้า
เสิ่นซิงซินกับเสิ่นเจาเหย่
ทันทีที่เสิ่นเจาเหย่เห็นเสิ่นเวย สีหน้าก็มืดครึ้มลง เขาไม่พูดพร่ำทำเพลง พลันมีแสงสายฟ้าสว่างวาบขึ้นกลางฝ่ามือ!
แต่ยังไม่ทันไร—
ตูม!
สายฟ้าอีกสายที่รุนแรงยิ่งกว่าก็พุ่งกดเข้าใส่ทันที!
เป็นซูเยี่ยที่ยืนอยู่ข้างเสิ่นเวย
เสิ่นเจาเหย่ถูกบีบให้ถอยกรูดไปหลายก้าว
ตอนนี้เขาเป็นผู้มีพลังพิเศษสายฟ้าระดับ 3 แล้ว ในหมู่คนรุ่นใหม่ถือว่าโดดเด่นอย่างแน่นอน
แต่เมื่ออยู่ต่อหน้าซูเยี่ย ผู้มีพลังสายฟ้าระดับ 4 เขากลับไม่ได้เปรียบแม้แต่น้อย
เสิ่นเจาเหย่กว่าจะตั้งหลักได้ก็แทบแย่ เขาเงยหน้าจ้องซูเยี่ยเขม็ง แววตาเดือดดาลพลุ่งพล่าน
“เสิ่นเวย ไม่คิดเลยว่าเธอจะเลี้ยงหมาไว้ข้างนอกได้ดีขนาดนี้!”
สีหน้าซูเยี่ยไม่เปลี่ยนแม้แต่น้อย เขาเพียงก้าวไปข้างหน้า ยืนบังเสิ่นเวยไว้ด้านหลัง
ตรงกันข้าม เสิ่นซิงซินเล่นละครเก่งกว่าเสิ่นเจาเหย่มาก
เธอเดินมาหาเสิ่นเวยทั้งที่ขอบตาแดงก่ำ น้ำเสียงเจือสะอื้น
“พี่สาว ฉันรู้ว่าวันงานวันเกิด พี่ไม่พอใจเลยลงมือกับพ่อด้วยอารมณ์ชั่ววูบ แต่พี่รู้ไหมว่า—”
น้ำตาของเธอร่วงเผาะลงมา
“เพราะพี่หุนหันพลันแล่น ขาพ่อถึงกับพิการไปแล้ว!”
“งั้นเหรอ?”
คราวนี้เสิ่นเวยถึงเงยหน้าขึ้น ในดวงตาไม่มีความรู้สึกผิดแม้แต่น้อย กลับมีแต่ความผิดหวังที่ไม่คิดปิดบัง
“แค่ขาพิการเองเหรอ?”
เธอขมวดคิ้วน้อย ๆ
“ฉันนึกว่าจะโดนซอมบี้กัดตายไปเลยซะอีก”
“เสิ่นเวย!”
เสิ่นเจาเหย่เดือดดาลขึ้นมาอีกครั้ง สายฟ้าในฝ่ามือสว่างวาบ
แต่เสิ่นซิงซินกลับรีบคว้าแขนเขาไว้
“พี่สาม อย่า!”
พูดจบ เธอก็มองเสิ่นเวยทั้งที่ดวงตาแดงก่ำ
“พี่สาว ฉันรู้ว่าพี่ยังโกรธอยู่ แต่ถึงยังไงเราก็เคยเป็นครอบครัวเดียวกันนะ
“ตอนนี้พี่ใหญ่ พี่รอง แล้วก็พ่อกับแม่ ต่างก็ย้ายมาที่เมืองเป่ยกันหมดแล้ว พี่สาว กลับไปกับพวกเราเถอะ ไปขอโทษพ่อดี ๆ ได้ไหม?”