เขตกักกันทดลองซึ่งอยู่ลึกที่สุดของอาคารวิจัย เดิมทีเป็นห้องกระจกเพื่อให้สะดวกต่อการสังเกตการณ์
แต่ตอนนี้ภายในเปลี่ยนสภาพไปโดยสิ้นเชิง
เลือดแทบย้อมพื้นทั้งห้องให้กลายเป็นสีแดง
ผนังและกระจกเต็มไปด้วยคราบเลือดสาดกระเซ็นเป็นวงกว้าง
ร่างซอมบี้และอสุรกายนอนเกลื่อนกลาดอยู่บนพื้น
บางตัวถูกแทงทะลุกะโหลก บางตัวแขนขาบิดงอหักสะบั้น
ยังมีอสุรกายอีกหลายตัวถูกเถาวัลย์หนาใหญ่ตรึงติดผนังแน่นิ่ง สิ้นลมหายใจไปนานแล้ว
ทุกคนอึ้งงันไปหมด
ซอมบี้กับอสุรกายพวกนี้... ตายหมดแล้วจริง ๆ หรือ?
ซ่งหมิงซูก็ยืนงง ก่อนจะหลุดปากถามออกมาโดยไม่รู้ตัว
“เสิ่นเวยล่ะ?”
สิ้นเสียงนั้น เสียงเย็นเยียบเสียงหนึ่งก็ดังมาจากส่วนลึกของเขตทดลอง
“ฉันอยู่นี่”
ทุกคนเงยหน้าขึ้นพร้อมกัน คราวนี้จึงเห็นร่างหนึ่งนั่งอยู่บนกองร่างซอมบี้
ท่ามกลางพื้นซึ่งแดงฉานไปทั่ว ร่างของเธอดูโดดเด่นแปลกตาเป็นพิเศษ
เสื้อผ้าบนตัวเปื้อนเลือดอยู่บ้าง แต่ใบหน้าขาวผ่องงดงามกลับสะอาดไร้รอยเปื้อนแม้แต่น้อย
ไม่เพียงไม่ดูสะบักสะบอม สีเลือดเข้มข้นรอบกายยังขับให้คิ้วตาของเธอดำเข้มขึ้น และผิวขาวยิ่งกว่าเดิม
ท่ามกลางความเย็นชา กลับมีเสน่ห์เย้ายวนชวนพิศวงเพิ่มขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก
ในมือเธอถือแส้เถาวัลย์ซึ่งก่อรูปจากพลังพิเศษสายไม้ ขณะนี้กำลังสะบัดหยดเลือดที่ติดอยู่ออกอย่างไม่รีบร้อน
แปะ
หยดเลือดหยดหนึ่งตกลงบนพื้น
เสิ่นเวยจึงค่อย ๆ เงยหน้าขึ้น สายตากวาดผ่านทุกคน ก่อนจะหยุดลงที่ซ่งหมิงซูอย่างแม่นยำ
วินาทีต่อมา เธอยิ้มบาง ๆ
“เห็นฉันยังไม่ตาย คุณหนูซ่งผิดหวังมากหรือเปล่า?”
พอได้ยินคำพูดนี้ ซ่งหมิงซูก็อึ้งไปโดยสิ้นเชิง
ก่อนหน้านี้เธอจินตนาการภาพต่าง ๆ ไว้นับไม่ถ้วน
เธอคิดว่าเสิ่นเวยจะถูกซอมบี้กับอสุรกายกลุ่มนั้นฉีกเป็นชิ้น ๆ จนเลือดเนื้อเละเทะ
หรือไม่ก็ถูกกัดจนบาดเจ็บ ก่อนกลายพันธุ์เป็นซอมบี้หน้าตาน่าเกลียดน่ากลัว