ทั้งสองยืนชิดกัน ฟานอินจึงได้กลิ่นเหล้าจากตัวจี้หวยโจว
เมื่อมองเข้าไปในดวงตาของเขา
มันแดงก่ำไปหมด
เป็นความอดกลั้นที่ฝืนข่มไว้
ในจังหวะที่จี้หวยโจวใกล้จะเผยคมเขี้ยวใส่เธอ เสียงหวานเจือรอยยิ้มของหยางซีก็ดังขึ้นในอากาศ “อินอิน มา ฉันเห็นรถสวยดีคันนึง เธอลองมาดู…”
ฟานอินสูดลมหายใจ ก่อนพ่นออกมาเบา ๆ ราวกับกล้วยไม้ “จ้ะ”
สิ้นเสียง เอวบางที่ถูกเบียดติดประตูรถของฟานอินก็ยืดขึ้นตรง ก่อนโน้มใบหน้าชิดจี้หวยโจว “พี่คะ พี่เมาแล้ว”
จี้หวยโจวสีหน้าเย็นชา
หลังจากฟานอินเดินจากไปพักใหญ่ จี้หวยโจวจึงได้สติกลับคืนมา
บุหรี่คั่นหว่างนิ้วเหลือเพียงครึ่งมวน เขาก้าวขายาว สะบัดตัวนั่งลงในรถอย่างห้าวหาญ
ทางด้านนี้ หยางซีประคองฟานอินไปหยุดหน้ารถคันนึง ราวกับกำลังโชว์ของล้ำค่า
เป่ยจิงเยว่เหย่ BJB80
หยางซียกมือทำท่าเทียบให้ฟานอินดู “แสนกว่าบาท”
ฟานอินถาม “ฉันลองดูได้ไหม”
หยางซีตอบ “ต้องได้สิ”
ว่าแล้ว หยางซีก็หมุนตัวไปหยิบกุญแจจากมือเถ้าแก่ร้านรถ แล้วโยนให้ฟานอินเป็นเส้นโค้ง
รถคันนี้เป็นรถใหญ่ หญิงสาวธรรมดาเอาไม่อยู่หรอก
ก่อนฟานอินจะขึ้นรถ เถ้าแก่ร้านรถแอบหวั่นใจอยู่ลึก ๆ
แต่หลังจากเธอขึ้นรถแล้ว ความกังวลก็หายไปสิ้น
คนบางคน แม้ภายนอกจะดูบอบบางเพียงใด แต่พลังนั้นแผ่ออกมาจากกระดูก
รูดบัตร โอนทะเบียน
ร้านรถมือสองจัดการให้ทั้งหมด
ใช้เวลาแค่ชั่วโมงเดียว
ระหว่างขับกลับ หยางซีทิ้งรถตัวเองให้คนทีมพิทักษ์ป่าขับ ส่วนตัวเองขึ้นรถฟานอิน
รถแล่นออกไปได้สักพัก หยางซีก็พนมมือไหว้ฟานอิน แล้วเอ่ยขอโทษ “เรื่องวันนี้ฉันขอโทษจริง ๆ นะ ฉันก็ไม่รู้ว่าจี้หวยโจวจะมาชอบรถคันนั้น”
