ไม่รู้ว่าผ่านไปนานแค่ไหน ลั่วซูถูกอาการปวดท้องปลุกให้ตื่น
ตอนนี้ถึงได้รู้ว่าเป็นเวลาเย็นแล้ว เธอหลับไปนานขนาดนี้เลยหรือ เธอคลำหาทางเปิดไฟ แต่กลับเดินไม่ไหว ปวดท้องอย่างรุนแรง
เธอกลับมาจากต่างประเทศได้ปีกว่า ไม่ค่อยมีเพื่อน มีแค่เย่ลี่กับเสิ่นเหยียนที่พอคุยกันได้
โทรหาเย่ลี่ไม่ติด เลยโทรหาเสิ่นเหยียน ตอนนี้เขายังอยู่ในช่วงพักร้อน แต่ยังดีที่เขารับสาย
[คุณหนูจอมยุ่ง เกิดอะไรขึ้นอีกล่ะเนี่ย]เสิ่นเหยียน
[เสิ่นเหยียน…]เธอกัดฟันอดกลั้นจนเหงื่อโซมกาย ร่างกายอ่อนเปลี้ยขยับตัวไม่ได้
เสิ่นเหยียนที่อยู่ปลายสายฟังออกว่ามีอะไรผิดปกติ จึงรีบถาม[ไม่สบายหรือเปล่า เธออยู่ที่ไหน ขยับตัวได้ไหม]
ปัญหาที่รัวมาเป็นชุด เธอตอบไม่ไหวจริงๆ[มารับฉันที่บ้าน…อื้อ…]
เธอเริ่มพร่าเลือน ใกล้หมดสติเต็มที
อีกไม่ถึงสิบนาที เธอก็ได้ยินเสียงทุบประตูถี่ๆ
“ตึง!” ประตูพังครืนลงมา
“ลั่วซู!” เสียงคุ้นเคยดังข้างหู “เก่งจริงนะเธอ!”
น้ำเสียงเขาไม่ได้ดีเลย เต็มไปด้วยคำบ่นที่เจือแววสงสาร
ร่างบอบบางถูกเขาอุ้มขึ้นมา เธอได้กลิ่นหอมชื่นใจอีกครั้ง กลิ่นกฤษณาจางๆ
พอลืมตาตื่นขึ้นอีกครั้ง ก็พบว่าตัวเองนอนอยู่บนเตียงผู้ป่วยเดี่ยวในโรงพยาบาลแล้ว
“ตื่นแล้วหรือ” เสียงคุ้นเคยดังขึ้น
เธอค่อยๆ หันหน้าไป เห็นใบหน้าที่ทำให้สาวน้อยนับหมื่นใจสั่น
เขายังคงอยู่ในชุดสูท เชิ้ตดำ เนกไทดำ ยืนอยู่ตรงหน้าเธอ มองลงมาจากที่สูง เหมือนแววตาในคืนนั้นไม่มีผิด
โอ๊ย คุณพระคุณเจ้า ยังจะมานึกถึงเรื่องในคืนนั้นอีก…
