กลับถึงโรงแรมก็สี่ทุ่มครึ่งแล้ว
ลั่วซูอาบน้ำก่อน พอเสร็จก็นอนลงบนเตียง
ตอนที่อวี้จ้านอาบน้ำเสร็จออกมา เธอก็หลับไปแล้ว
ต่างจากวันแรก วันนี้เธอมีอะไรแปลกไปเล็กน้อย เธอนอนอยู่ตรงกลาง มือที่เคยกำแน่นเป็นนิสัยตอนนอน วันนี้กลับผ่อนคลายอย่างน่าประหลาดใจ
เขานั่งลงที่ขอบเตียง เอียงคอมองใบหน้าด้านข้างที่งดงามไร้ที่ติของเธอ ยื่นมือไปแตะหน้าผาก อุณหภูมิร่างกายเป็นปกติ
อวี้จ้านไม่ได้นอน นั่งเงียบ ๆ อยู่ริมเตียงตลอดเวลา มองดูเธอที่ขดตัวงอ กอดหมอนอิงไว้ในอ้อมแขน เส้นผมสีทองหยักศกกระจัดกระจายบนหมอนสีขาวนวล ราวกับตุ๊กตากระเบื้องเคลือบ
บนเตียงมีหมอนแค่สองใบ ใบหนึ่งหนุนศีรษะเธอ อีกใบอยู่ในอ้อมกอดของเธอ
เขาแค่นหัวเราะเบา ๆ อยากจะมองต่อไปเรื่อย ๆ แต่กลับถูกเสียงสั่นของโทรศัพท์มือถือขัดจังหวะ
โทรศัพท์ของเธอ เป็นเบอร์แปลก
เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู เสียงสั่นหยุดลง บนหน้าจอแสดงสายที่ไม่ได้รับสี่ครั้ง ล้วนเป็นเบอร์เดียวกัน
เขาปิดไฟหัวเตียง เหลือไว้เพียงไฟพื้น หยิบโทรศัพท์ของเธอออกไปที่ระเบียง
เสียงสั่นจากโทรศัพท์ดังขึ้นอีกครั้ง เขากดรับสาย
“ซูเอ๋อร์ อย่าเพิ่งวางสายนะ!” เสียงของฉินเหิง
อวี้จ้านยกยิ้มมุมปาก ไม่ตอบอะไร
“ซูเอ๋อร์ ในที่สุดเธอก็รับสาย! ขอโทษนะ วันนั้นฉันเมามาก! ไม่คิดเลยว่าตัวเองจะทำเรื่องน่ารังเกียจแบบนั้นออกไป! ฉันถูกลงโทษสมควรแล้ว!
ซูเอ๋อร์ เหลียวเสียนกับฉันขาดกันแล้ว เธอกับอวี้จ้านจะเป็นยังไงฉันก็ไม่สนใจแล้ว ขอแค่เธออย่าทิ้งฉันไปได้ไหม?”
น้ำเสียงของฉินเหิงต่ำต้อย อ้อนวอนอย่างน่าสมเพช น่าขัน
