“ทำไมล่ะ?”
“ก็เพราะฉันมีฝีมือ ล่าสัตว์มาได้แล้ว แกไม่พอใจหรือไง?”
เฉินเชาจ้องไต้ต้าจู้เขม็งด้วยความโกรธ ร่างกายเตรียมพร้อมจะลงมือได้ทุกเมื่อ
แต่พอเหลือบไปเห็นไต้กุเตี้ยยืนอยู่ข้าง ๆ เขาก็อดพ่นลมหายใจอย่างดูแคลนไม่ได้ “ไอ้เป๋เอ๊ย พ่อแกโดนฉันด่าจนแทบไม่เหลือชิ้นดีแล้ว แกยังเงียบเป็นเป่าสากอีกเหรอ?”
“อุตส่าห์ตามตูดฉันมาหลายปี ทำไมยังขี้ขลาดเหมือนเดิมวะ? ถ้ามีใครกล้าด่าคนในครอบครัวฉันแบบนี้ ฉันคงพุ่งเข้าไปซัดมันตั้งนานแล้ว! แกไม่ใช่แค่พิการ แต่ยังเป็นไอ้ไร้ค่าอีกด้วย!”
“แก...!”
ไต้กุเตี้ยโกรธจนตัวสั่น โซเซจะพุ่งเข้าไปหา
คนทั้งกองผลิตก็อยู่ที่นี่ เฉินเชาด่าเขาขนาดนี้ ยังต่างอะไรกับตบหน้าเขาตรง ๆ?
ขณะที่เขากำลังเดือดดาลและคิดจะเอาเรื่อง มือข้างหนึ่งก็ฉุดเขาไว้
พอหันกลับไป ก็เห็นไต้ต้าจู้ผู้เป็นพ่อจ้องเขาเขม็ง ก่อนจะกดเสียงต่ำตวาดว่า
“ไอ้เด็กเวร แกอยากตายหรือไง!”
“ไอ้หนุ่มนี่ฆ่าราชาหมูป่าได้เชียวนะ แกบ้าไปแล้วหรือไง?”
คำพูดเหล่านั้นเหมือนน้ำเย็นสาดลงกลางหัว ไต้กุเตี้ยสะดุ้งเฮือก ก่อนจะได้สติกลับมา
ถ้าเขาพุ่งเข้าไปจริง ๆ รับรองว่าได้โดนอัดจนยับแน่!
“ไอ้เด็กเวร เลิกบ่นได้แล้ว รีบแบกเนื้อกลับไปซะ!”
เฉินเจียฟู่ที่กำลังแบ่งเนื้อรีบเดินเข้ามา
เขากลัวว่าเฉินเชาจะโมโหขึ้นมาจริง ๆ แล้วลงมือซัดพ่อลูกหัวหน้าทีมรองต่อหน้าทุกคน
พ่อลูกตระกูลไต้เองก็รู้ว่าเฉินเชาไม่ใช่คนที่ควรไปหาเรื่อง เขาอารมณ์ร้อน ถ้าไปทำให้ขุ่นเคืองก็จะเหมือนหมาบ้ากัดไม่ยอมปล่อย
ก่อนหน้านี้พวกเขาถึงได้แอบวางแผนใส่ร้ายอยู่ลับหลัง เพราะไม่กล้าปะทะกับเฉินเชาซึ่ง ๆ หน้า
ขอแค่เฉินเชาลุกไม่ขึ้น เฉินเจียฟู่ผู้เป็นพ่อก็ไม่น่ากลัวแล้ว เสียดายที่แผนนี้ไม่สำเร็จ!
