หัวหน้าหน่วยกระโดดลงจากรถอย่างคล่องแคล่ว
สายฝนสาดกระทบตัวเขา แต่ก่อนจะเปียกชุ่มก็ไหลรินไปตามผิวชุดปฏิบัติการ ถูกสารเคลือบกันน้ำสะบัดทิ้งอย่างหมดจด
ชุดปฏิบัติการของร่มชีวภาพผลิตจากวัสดุพิเศษ กันลม กันน้ำ และเก็บความร้อน แต่ละชุดมีราคาสูงลิ่ว
สมาชิกอีกแปดนายตามมาติด ๆ ทยอยลงจากรถเป็นพรวน
นอกรถมีชายหกคนสวมชุดซ่อมบำรุงกำลังวุ่นกับการปูแผงบังตาผืนสุดท้าย
แผงบังตาปิดกั้นรัศมีหลายเมตรโดยรอบไว้มิดชิด ปิดซ่อนทางลงซ่อมบำรุงใต้เท้าให้พ้นจากสายตาภายนอกอย่างสิ้นเชิง
พวกเขาคือสมาชิกของกองกำลังตอบสนองรวดเร็วชีวภาพเช่นกัน
เพียงแต่คราวนี้ไม่ได้เข้าไปในท่อระบายน้ำใต้ดิน แต่รับหน้าที่ตรวจการณ์อยู่ที่ขอบนอก
หัวหน้าหน่วยเดินไปถึงปากทางลงซ่อมบำรุง
นั่นคือบ่อลึก มีบันไดดิ่งทอดยาวลงตรง ๆ ปลายทางคือเขตแกนกลางของท่อระบายน้ำใต้ดิน
"หัวหน้า พวกเรามาถึงจุดที่กำหนดแล้ว" หัวหน้าหน่วยกดไมค์ข้างหู รายงานเสียงเบา
"ดี"
เสียงของกู้เยวียนดังมาจากหูฟัง
"ระหว่างปฏิบัติการ ความปลอดภัยเป็นที่หนึ่ง ภารกิจหลักของพวกเธอคือดูแลความปลอดภัยของคนในหน่วย ภารกิจกู้เก็บเป็นเรื่องรอง"
รังผึ้งใต้ดินของร่มชีวภาพ ศูนย์บัญชาการกลาง
กู้เยวียนนั่งอยู่ตรงตำแหน่งหลัก
บนจอภาพตรงหน้าแสดงภาพที่ส่งมาจากกล้องศีรษะของสมาชิกกองกำลังตอบสนองรวดเร็วชีวภาพทั้งเก้านายแบบเรียลไทม์
เขาหยิบไมโครโฟนสื่อสารข้างมือ สั่งต่อว่า
"ถ้าเจอเหตุไม่ปกติ พวกสิ่งมีชีวิตที่พวกเธอจับหรือกู้เก็บไม่ได้ หรือสถานการณ์เสี่ยงอาจทำให้เกิดความสูญเสียวงกว้าง จำไว้ว่าอย่าได้ลังเล รีบล่าถอยทันที!"
พูดจบ
กู้เยวียนดูจะนึกถึงนิสัยของกองกำลังตอบสนองรวดเร็วชีวภาพหน่วยนี้ได้อีก จึงย้ำเสียงเข้มอีกประโยค
"นี่คือคำสั่ง ห้ามใครขัดขืนเด็ดขาด!"
"รับทราบ!" หัวหน้าหน่วยตอบรับเสียงทุ้ม "พวกเราจะปฏิบัติตามคำสั่งของหัวหน้าอย่างเคร่งครัด!"
ได้ยินประโยคนี้ กู้เยวียนถึงได้ถอนหายใจยาวอย่างโล่งอก
ยังดีที่คำสั่งตรงจากหัวหน้าอย่างเขา ในใจพวกเขายังมีน้ำหนักอยู่มาก
เขาเหลือบมองเรดควีนที่สีหน้าเย็นชา
ครึ่งชั่วโมงก่อนหน้านี้ เรดควีนซึ่งเป็นเอไออัจฉริยะแห่งระบบปฏิบัติการร่มชีวภาพ ได้อธิบายให้เขาฟังอย่างละเอียดถึงกำลังรบและอุปนิสัยของกองกำลังตอบสนองรวดเร็วชีวภาพหน่วยนี้
ถึงพวกเขาจะเป็นมนุษย์โคลน ถูกฉีดทีไวรัสเสริมร่าง แต่ก็ไม่ได้ต่างจากคนทั่วไป
มีเลือดมีเนื้อ มีอารมณ์ ความรู้สึก และมีความเชื่อของตนเอง
และปณิธานแรกเริ่มจัดตั้งกองกำลังตอบสนองรวดเร็วชีวภาพหน่วยนี้มีเพียงข้อเดียว นั่นคือการปราบปราม กำจัด และกู้เก็บอาวุธชีวภาพทั้งหมดที่รั่วไหลภายนอก
ไม่ว่าต้องแลกด้วยอะไรก็ตาม!
......
ที่ปากทางลงซ่อมบำรุง
หัวหน้าหน่วยสะพายปืนไว้ด้านหลัง ปีนขึ้นบันไดดิ่งเป็นคนแรก ไต่ลดลงด้านล่างอย่างมั่นคง
สมาชิกอีกแปดนายต่อกันเป็นพรวน
ข้างปากทางซ่อมบำรุงมีกล่องดำใบขนาดเท่ากระเป๋าเดินทาง บนตัวกล่องพิมพ์สัญลักษณ์การทดลองชีวภาพสะดุดตา ข้างในบรรจุภาชนะพิเศษของร่มชีวภาพสำหรับกู้เก็บตัวอย่างชีวภาพ
บนพื้นดิน
ชุดซ่อมบำรุงสองนายยกอุปกรณ์รอกขึ้นลงแนวดิ่งลงจากรถ ตั้งคร่อมเหนือปากทางอย่างมั่นคง เตรียมลำเลียงกล่องเก็บตัวอย่างและอุปกรณ์บางอย่างลงไปข้างล่าง
ขณะที่พวกเขากำลังลำเลียงกล่องเก็บตัวอย่างชีวภาพลงไป
จู่ ๆ
ยานยนต์พิเศษหลายคันก็ขับมาจากระยะไกล
สมาชิกกองกำลังตอบสนองรวดเร็วชีวภาพหกนายพลันตื่นตัวขึ้นทันที จับตาดูรถเหล่านั้นด้วยหางตา จนกระทั่งพวกมันแล่นผ่านแผงบังตาไปอย่างรวดเร็ว
หลายคนกำลังจะพัก ลงมือก้าวเท้าต่อ เรื่องไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น
ขบวนรถที่เดิมทีแล่นไปไกลแล้วนั้น กลับมีคันหนึ่งวกหัวรถ ขับตรงมาทางนี้
"รับมือหน่อย"
เห็นดังนั้น หนึ่งในสมาชิกร่มชีวภาพนัยน์ตาหรี่ลงต่ำ สั่งเสียงเบา
เขาคือรองหัวหน้าหน่วยกองกำลังตอบสนองรวดเร็วชีวภาพหน่วยนี้ รหัสแบล็กเรเวน
สายฝนกระหน่ำ
รถพิเศษที่วกกลับมาจอดลงตรงหน้าแผงบังตา ประตูฝั่งขวาถูกคนดึงเปิดจากด้านใน
วินาทีต่อมา
ชายคนหนึ่งสวมชุดสีน้ำตาลอ่อนลงจากรถ กางร่ม ควาดสายตาช้า ๆ ไปทั่วสภาพแวดล้อมโดยรอบ
คนผู้นี้รูปร่างสูงใหญ่บึกบึน มาดเต็มเปี่ยม ดวงตาเฉียบคมคู่หนึ่งทรงพลังจับจ้องพื้นผ้าใบเบื้องหน้า ราวกับจะมองทะลุผ่าน
ต่อมา
อีกสามคนก้าก้าวลงจากรถ
ชายสองหญิงหนึ่ง แต่งเครื่องแบบเดียวกัน
"หัวหน้าจ้าว เป็นอะไรไป?" หญิงผมสั้นเอ่ยถาม เธอไว้ผมสั้นซอยดูทะมัดทะแมง ใบหน้าหล่อเหลาคมคาย ทั้งสะอาดเกลี้ยงเกลาและห้าวหาญ
จ้าวเหย่นัยน์ตาสั่นไหว ขมวดคิ้วโดยไม่พูดอะไร
เขาเดินสาวเท้าเข้าไปตรง ๆ แหวกมุมหนึ่งของแผงบังตา ให้เกิดเป็นช่องว่าง แล้วก้มตัวมุดเข้าไป
สามคนที่เหลือเห็นดังนั้นถึงกับชะงัก รีบก้าวตามไป
......
ภายในแผงบังตา
สมาชิกร่มชีวภาพหลายคนเห็นพวกเขาแทรกตัวเข้ามาจากข้างนอก แววเย็นเยียบในดวงตาฉายแวบผ่าน
แบล็กเรเวนกดเสียงต่ำ "ทุกคนคงอยู่ในสถานะปฏิบัติงานปกติ เรากำลังทำภารกิจพิเศษ อดกลั้นไว้ อย่าก่อความวุ่นวายเกินจำเป็น"
พูดจบ
เขาก้าวฉับ ๆ เข้าไปต้อนรับ
บนใบหน้างอกสีหน้ารำคาญใจขึ้นอย่างเหมาะเจาะ เปิดปากตะโกนดัง
"เฮ้ย พวกคุณเป็นใครกัน? ทางนี้กำลังมีงานซ่อมบำรุงใต้ดินอยู่ คนไม่เกี่ยวข้องรีบออกไปจากที่นี่!"
จ้าวเหย่หยุดฝีเท้า จ้องมองแบล็กเรเวนตรงหน้าอย่างประเมินสายตา พลางชำเลืองปากบ่ออีกแวบ
เขายิ้ม เดินเข้าไปทักทาย "พี่ชาย ลำบากหน่อยนะ ฝนตกหนักขนาดนี้ ถึงเวลาเลิกงานแล้ว ยังต้องมาซ่อมด่วนอยู่ตรงนี้ เบื้องบนนี่ไม่มีความปรานีเอาเสียเลย"
แบล็กเรเวนยิ้มรับสีหน้าเห็นใจ ถอนใจ "ใช่ที่ไหนล่ะ"
"แต่ก็ช่วยไม่ได้นี่ครับ ใครใช้ให้พวกเรายังต้องหาเงินเลี้ยงครอบครัวล่ะ? งานที่เบื้องบนส่งลงมา พวกเราจะบ่ายเบี่ยงได้ยังไง เงินเดือนก็ต้องพึ่งมันนี่นา"
"ฮ่า ๆ เหมือนผมเลย ไอ้งานหนักไม่พัก แค่ค่ำคืนยังต้องออกปฏิบัติการ" จ้าวเหย่หยอกล้อพลางสืบถามไปด้วย
"ว่าแต่พวกคุณมาจากหน่วยงานภาครัฐไหนครับ? ทางผมพอจะช่วยแจ้งเบื้องบนให้ เพิ่มค่าล่วงเวลาให้พวกคุณได้นะ"
"อือ?"
แบล็กเรเวนทำหน้าตะลึง "พี่ชายมีอำนาจขนาดนี้เลยเหรอ?"
พูดพลางเหลือบมองสัญลักษณ์พิเศษตรงหน้าอกของจ้าวเหย่แวบหนึ่ง พลางแยกแยะ พลางพบว่าไม่รู้จัก จึงถามต่อทันที
"หรือพี่ชายก็เป็นคนของหน่วยงานภาครัฐด้วย?"
จ้าวเหย่ยิ้มไม่ตอบ
คนที่อยู่ข้างหลังเขาหนึ่งในนั้นเป็นชาย กลั้นไม่ไหวเอ่ยปาก "หัวหน้าจ้าว อย่ามัวชักช้าอยู่เลย ทางนั้นยังรอพวกเราไปอยู่"
"รอเดี๋ยว"
จ้าวเหย่ยกมือเป็นสัญญาณ
หางตาเห็นรถสีดำสามคันจอดอยู่ไม่ไกล เห็นอักษร "เซินเฉิน โพรเทคชั่น" สี่ตัว ดวงตาหรี่ปรือ
เขาจำบริษัทนี้ได้
ดูเหมือนจะเป็นเอกชนในเมืองเจียงฮวาย แถมยังมีชื่อเสียงดังอีกด้วย
จ้าวเหย่ดึงสายตากลับ ถามว่า "พวกคุณเป็นพนักงานของเซินเฉิน โพรเทคชั่น?"
"ใช่ครับ" แบล็กเรเวนไม่ปฏิเสธ พยักหน้ายิ้ม "ทางภาครัฐแจ้งเบื้องบนบริษัทเรามาว่า คนไม่พอ ให้ส่งคนชุดหนึ่งมาที่ท่อระบายน้ำเพื่อกำจัดแมลงและฆ่าเชื้อ ระหว่างนี้ก็ตรวจสอบปัญหาท่อเก่าไปด้วย"
คำพูดนี้ก็จริง
ทางไวท์ควีนได้แทรกแซงแก้ไขขั้นตอนที่เกี่ยวข้องก่อนหน้านี้แล้ว ในระบบของภาครัฐตรวจสอบได้แน่ว่า ส่วนหนึ่งของภารกิจซ่อมบำรุงได้ว่าจ้างเหมาช่วงให้บริษัท เซินเฉิน โพรเทคชั่น จำกัด
จ้าวเหย่พยักหน้า จ้องมองพ้นแบล็กเรเวนไป กวาดสายตาผ่านห้าคนด้านหลังเขา ครุ่นคิดในใจ
"ได้ งั้นไม่รบกวนทุกท่านแล้วล่ะ ทางเราก็มีธุระสำคัญ"
เขาไม่เอ่ยวาจาอะไรอีก บอกลา นำสามคนเดินลับม่านออกไป ขึ้นรถขับจากไป
......
มองรถที่ค่อย ๆ ไกลห่างออกไป รอยยิ้มบนใบหน้าของแบล็กเรเวนค่อย ๆ หายไปทีละนิด สีหน้าเริ่มบึ้งเครียด
"ผู้ชายคนนั้นไม่ธรรมดา"
เขาเอ่ยเสียงทุ้ม "ผมรู้สึกว่าตรงดวงตาของเขามีอะไรผิดปกติ แวบตะกี้เหมือนจะมองเห็นอะไรบางอย่าง"
"งั้นเหรอ?"
สมาชิกร่มชีวภาพคนหนึ่งดวงตาประกายเย็น กดเสียงเสนอ "จะจัดการเขาทิ้งก่อนเลยไหม?"
แบล็กเรเวนขมวดคิ้ว ไม่ตอบรับทันที เขาหันไปมองทางลงซ่อมบำรุง เงียบไปครู่หนึ่งแล้วจึงพูดว่า
"ทำภารกิจครั้งนี้ให้เสร็จเรียบร้อยก่อน ส่วนคนคนนั้น รอกลับไปรายงานให้หัวหน้าทราบแล้วค่อยตัดสินใจ"
ว่าแล้วก็โบกมือให้ทุกคน
"ทำงานต่อ"
......
ในรถที่กำลังขับจากไป
"หัวหน้าจ้าว เมื่อกี้เกิดอะไรขึ้น? ทำไมคุณถึงจู่ ๆ วิ่งเข้าไปคุยกับพวกพนักงานซ่อมบำรุงนั่น?" หญิงผมสั้นอดถามไม่ได้
อีกสองชายก็หันมาสนใจ
"ใช่ครับหัวหน้าจ้าว คุณพบอะไรผิดปกติหรือเปล่าครับ?" คนหนึ่งเสริม
จ้าวเหย่พิงพนักเบาะ ลูบคลำฝ่ามือ เหมือนจะนึกอะไรอยู่
ครู่หนึ่งต่อมา เขาสั่นศีรษะเบา ๆ ตอบด้วยน้ำเสียงไม่ใคร่แน่ใจ "เปล่า อาจจะคือช่วงนี้ทำงานหนักเกินไป ดวงตาของเรามีอะไรขัดข้องนิดหน่อย"
"เมื่อตอนรถแล่นผ่านแผงบังตานั่น เรามองออกไปนอกหน้าต่างแวบเดียว จู่ ๆ ก็รับรู้ถึงคลื่นพลังงานผิดปกติวูบหนึ่ง"
หือ?
สามคนได้ฟัง ฉับพลันสีหน้าจริงจังขึ้นมา
พวกเขารู้ดีกว่าใครถึงความสามารถพิเศษของหัวหน้าทีมตนเอง
เนตรอินทรีพินิจ
ไม่ใช่เพียงจับภาพสิ่งที่คนทั่วไปมองไม่เห็นด้วยตาเปล่าได้เท่านั้น ยังสามารถทะลุวัตถุออกสังเกตการณ์ได้อย่างทรงพลัง
แต่ก่อนตอนทำภารกิจกำจัด ค้นหาสิ่งมีชีวิตกลายพันธุ์ ล้วนพึ่งดวงตาเนตรอินทรีของหัวหน้าทั้งนั้น
แต่เมื่อหัวหน้าบอกว่ามองผิดไป พวกเขาจึงไม่ถามอะไรอีก
"น่าแปลก"
จ้าวเหย่เอาหัวพิงกระจกรถยนต์ บิดมองสายฝนภายนอก คิ้วขมวดแน่น พึมพำแก่ตัวเองเสียงเบา
"เราสัมผัสได้ถึงคลื่นพลังงานผิดปกติจาง ๆ สิบห้าจุดแท้ ๆ ...ทำไมพอเดินเข้าไปใกล้ ถึงได้หายไปหมดภายในพริบตา?"
"ไม่น่าจะเป็นไปได้นะ..."