ใกล้ถึงกำหนดวันแต่งงานแล้ว คนทั้งตระกูลชุยต่างยุ่งจนแทบไม่ได้หยุดพัก
หลี่ซื่อคอยกำกับช่างปักด้วยตนเอง ให้เร่งมือทำปลอกผ้านวมสินเดิมชิ้นสุดท้ายให้เสร็จ ส่วนมามาเซียวก็พาสาวใช้ตัวน้อยสองคนตรวจนับหีบสินเดิม ภายในลานเรือนมีหีบวางเรียงรายเต็มไปหมด หีบไม้ทาสีชาดเรียงต่อกันเป็นแถวยาว จนแทบนับไม่ถ้วน
ชุยชิงอี๋หาเวลาว่างจากความวุ่นวาย เอนกายอ่านหนังสือฆ่าเวลาบนตั่ง มือซ้ายวางอยู่บนหมอนอิง มือขวาหยิบบ๊วยเขียวแช่น้ำผึ้งขึ้นมาเม็ดหนึ่ง พอกัดลงไป น้ำรสเปรี้ยวหวานก็แผ่ซ่านทั่วปลายลิ้น
ซู่ซินเลิกม่านเข้ามา ในมือประคองกล่องผ้าแพรใบหนึ่ง
“คุณหนู มามาเหอมาเจ้าค่ะ บอกว่าเหลียงอ๋องให้ส่งมา”
ชุยชิงอี๋เงยหน้าจากหน้าหนังสือ สายตาเลื่อนไปหยุดที่กล่องผ้าแพรใบนั้น
กล่องผ้าแพรมีขนาดไม่ใหญ่ ภายนอกหุ้มด้วยผ้าแพรเสฉวนสีเขียวเข้ม มุมทั้งสี่ฝังตัวล็อกลายเมฆปิดทอง เพียงกล่องใบเดียวก็เผยให้เห็นความประณีตที่ไม่คำนึงถึงต้นทุน
มามาเหอเดินตามเข้ามา สีหน้าอ่อนโยน หลังคำนับแล้วจึงยิ้มกล่าวว่า “คุณหนูชุย นี่เป็นของที่ท่านอ๋องสั่งทำหลังพระราชทานสมรส เพิ่งไปรับกลับมาเมื่อหลายวันก่อน ท่านอ๋องกล่าวว่า ภายหน้าคุณหนูย่อมต้องใช้แต่งกาย จึงเชิญคุณหนูตรวจดูเจ้าค่ะ”
ชุยชิงอี๋นั่งตัวตรง รับกล่องผ้าแพรมาพลางสัมผัสได้ถึงน้ำหนักทันที
นางเปิดฝากล่อง สิ่งแรกที่เห็นคือหีบเครื่องประทินโฉมหลายชั้นใบหนึ่ง
