กลับถึงบ้านตอนบ่ายสามพอดี
หลี่เมิ่งวางถุงบัลกาลี่กับทิฟฟานีลงบนพรม แล้วเอนตัวลงบนโซฟา เธอจ้องเพดานเหม่อลอยอยู่ครู่หนึ่ง
เธอพลิกตัว ก่อนจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาส่งข้อความหาหลินจืออี้ว่า “ช่วยหาช่างแต่งหน้าให้ฉันหน่อย ขอแบบที่รับแต่งหน้าสำหรับงานเลี้ยงนอกสถานที่ได้”
หลินจืออี้ตอบกลับมาอย่างรวดเร็ว “ได้เลย ภายในยี่สิบนาทีจะส่งรายชื่อให้”
หลี่เมิ่งพลิกตัวบนโซฟาอีกรอบ แล้วนึกอะไรขึ้นได้ จึงลุกเดินเข้าไปในห้องแต่งตัว
เธอกวาดตามองไปรอบ ๆ ก่อนสายตาจะไปหยุดอยู่ที่ชุดเดรสสีดำของดิออร์ตัวหนึ่ง ตัวชุดตัดเย็บเรียบคม คอวีเข้ารูปช่วงเอว ชายกระโปรงยาวถึงกลางน่อง เธอดึงป้ายราคาออกแล้วนำชุดมาแขวน จากนั้นก็จับคู่กับรองเท้าส้นสูงสีดำประดับเพชรหนึ่งคู่
ส่วนกระเป๋า เธอเลือกกระเป๋าเลดี้ไดออร์สีขาวใบเล็กทรงแนวนอน
ยี่สิบนาทีต่อมา หลินจืออี้ส่งช่องทางติดต่อของช่างแต่งหน้าสามคนมาให้ เธอเลือกคนที่ดูถูกชะตาที่สุด แล้วโทรหาอีกฝ่าย
“สวัสดีค่ะ ฉันซานนี่ ช่างแต่งหน้าค่ะ คุณหลี่ต้องการให้ไปแต่งหน้าตอนกี่โมงคะ”
“แต่งเสร็จก่อนหกโมงครึ่งก็พอค่ะ”
“ได้ค่ะ ฉันจะไปถึงตอนสี่โมงนะคะ”
หลังวางสาย หลี่เมิ่งเอนพิงโซฟาแล้วหลับตาพักอยู่ครู่หนึ่ง วันนี้ใช้พลังงานไปมากเหลือเกิน การช้อปปิ้งแบบจำกัดเวลาเหมือนการวิ่งแข่งร้อยเมตร อะดรีนาลีนพุ่งพล่านมาตลอดทั้งวัน พอแรงฮึดนั้นหมดลง ทั้งร่างก็เหนื่อยล้าแต่กลับตื่นตัวอย่างประหลาด
ตอนสี่โมง ซานนี่ก็มาถึงตรงเวลา เธอเป็นหญิงสาวรูปร่างสูงเพรียว ผมสั้น แต่งหน้าอ่อน ๆ มือหิ้วกล่องเครื่องสำอางสีดำมาด้วย พอเข้ามาก็เปิดกล่องอย่างคล่องแคล่ว วางแปรง รองพื้น และอายแชโดว์เรียงเต็มโต๊ะ
