“คุณหนู” น้ำเสียงของคุณหญิงจ้าวเรียบนิ่งไม่อุ่นไม่เย็น “ชุดนี้ฉันเลือกไว้ก่อนแล้ว อายุยังน้อยอย่างเธอ ใส่เครื่องประดับหนักขนาดนี้ก็ไม่เหมาะหรอก”
โจวเหนียนที่ยืนอยู่ข้าง ๆ สูดลมหายใจเฮือกหนึ่ง ส่วนเฉินยวี่ก็ถอยหลังไปครึ่งก้าวอย่างเงียบ ๆ เพื่อหลีกออกจากสมรภูมิ
ที่จริงหลี่เมิ่งตึงเครียดจนแทบแย่อยู่แล้ว เวลาผ่านไปทีละวินาที เธอไม่มีเวลามาทะเลาะกับใคร
แต่เธอไม่แสดงอาการออกมาแม้แต่น้อย เพียงยิ้มบาง ๆ แล้วพูดด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย “คุณหญิงจ้าวสินะคะ คุณพิจารณามาสองวัน ส่วนฉันคิดไม่ถึงสามนาที การซื้อเครื่องประดับนี่ต้องอาศัยทั้งวาสนาและความเด็ดขาด ตอนที่คุณลังเล วาสนาก็จากไปแล้วค่ะ”
สีหน้าของคุณหญิงจ้าวเปลี่ยนไป เธอถูกคนในวงการเรียกว่าพี่จ้าวมาถึงยี่สิบปี ไม่เคยมีใครทำให้เธอเสียหน้าแบบนี้มาก่อน
แต่น้ำเสียงของหลี่เมิ่งไม่อ่อนน้อมจนต่ำต้อย และก็ไม่แข็งกร้าวจนหาเรื่อง ทั้งไม่มีท่าทีจะทะเลาะหรือถอยหนี เพียงพูดข้อเท็จจริงออกมาอย่างเรียบ ๆ เท่านั้น
พนักงานรีบเข้ามาไกล่เกลี่ย “คุณหญิงจ้าว ลองดูอีกชุดไหมคะ พวกเราเพิ่งได้สร้อยคอซีรีส์ Harmonie มาใหม่ เพชรเม็ดหลักแปดกะรัต ใหญ่กว่าชุดนี้อีกค่ะ”
สายตาของคุณหญิงจ้าวหยุดอยู่บนใบหน้าหลี่เมิ่งหลายวินาที ก่อนจะเลื่อนออกไป เธอไม่พูดอะไรต่อ แล้วหันหลังเดินตามพนักงานไปยังเคาน์เตอร์อีกฝั่ง
แต่ตอนเดินผ่านหลี่เมิ่ง ฝีเท้าของเธอชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเอียงหน้ามองหลี่เมิ่งอีกครั้ง
ในแววตานั้นไม่มีความเป็นปฏิปักษ์ หากแต่เต็มไปด้วยการพินิจพิเคราะห์และความอยากรู้อยากเห็น
