หลังกินข้าวเสร็จ เธอก็เข้าไปค้นพาสปอร์ตในห้องแต่งตัว ใช้เวลาหาอยู่นานกว่าจะเจออยู่ก้นลิ้นชัก เล่มพาสปอร์ตยังใหม่เอี่ยม ไม่มีตราประทับสักหน้า
เธอถือพาสปอร์ตขึ้นมาดูอยู่สองสามครั้ง ทั้งรู้สึกขำทั้งใจหาย ทำมานานขนาดนี้แต่ยังไม่เคยใช้สักครั้ง
ตอนหลินจืออี้มารับพาสปอร์ต เธอยังเอาแบบฟอร์มมาให้หลี่เมิ่งเซ็นอีกหลายฉบับด้วย หลินจืออี้ทำงานคล่องแคล่ว ไม่ถึงยี่สิบนาทีก็ยืนยันตั๋วเครื่องบินกับโรงแรมเรียบร้อย
“บินจากผู่ตงไปฮาเนดะวันอังคารตอนสิบโมงเช้า พักที่โรงแรมเพนนินซูล่าโตเกียว ห้องสวีตชั้นเอ็กเซ็กคิวทีฟ กลับวันพฤหัสบดีตอนบ่ายสามโมงครึ่ง คุณว่าได้ไหมคะ”
“ได้”
“งั้นฉันจะไปจัดการเรื่องวีซ่านะคะ ถ้าทำด่วนพิเศษ วีซ่าจะออกวันจันทร์หน้าได้ค่ะ”
หลังหลินจืออี้กลับไป หลี่เมิ่งเดินวนอยู่ในห้องนั่งเล่นรอบหนึ่ง จู่ ๆ ก็รู้สึกอดใจรอไม่ไหว เธอเปิดเซียวหงชู ค้นหา “แผนเที่ยวโตเกียวสามวันสองคืน” “คู่มือช้อปปิ้งกินซา” “ร้านที่ต้องแวะบนถนนโอโมเตซันโด” แถมยังค้น “วิธีจองร้านมิชลินสามดาวในโตเกียว” อีกด้วย
ยิ่งดูเธอก็ยิ่งตื่นเต้น แทบอยากบินไปเดี๋ยวนั้นเลย
สามวันต่อมาผ่านไปอย่างรวดเร็ว
วันจันทร์วีซ่าก็ออก หลินจืออี้พิมพ์กำหนดการเดินทางกับเอกสารยืนยันการจองโรงแรม ใส่แฟ้มเดียวกันแล้วนำมาส่งให้
