เหล่าซุนโถวจนปัญญา ได้แต่กางแขนแล้วโบกไล่สุนัขทั้งสองตัว พวกมันก็ยังยืนนิ่งอยู่ที่เดิม
สุดท้ายเหล่าซุนโถวก็ทำอะไรไม่ได้ จึงหันหลังกลับเข้าบ้านไปตรง ๆ ปิดประตูแน่น แล้วไม่สนใจสุนัขทั้งสองตัวอีก
คราวนี้สุนัขทั้งสองถึงได้รู้ตัวว่าพวกมันเปลี่ยนเจ้าของแล้ว บ้านหลังนี้ก็ไม่ใช่บ้านของพวกมันอีกต่อไป
สวี กั๋วจวินไม่ได้ฝืนลากพวกมัน สุนัขเป็นสัตว์ดื้อ ถ้าฝืนลาก มันอาจผูกใจเจ็บเอาได้
พวกมันก็เหมือนเด็กนั่นแหละ รอให้ระบายความรู้สึกในใจจนพอแล้วค่อยไปลาก ถึงตอนนั้นพวกมันก็จะเดินตามไปเอง
อู๋เหล่าเอ้อร์ตามเข้าไปในบ้าน เอาเงินไปมอบให้เหล่าซุนโถว ทั้งสองคุยกันในบ้านพักหนึ่ง ราวสิบกว่านาที อู๋เหล่าเอ้อร์ถึงค่อยออกมา
ตอนนั้นสวี กั๋วจวินกำลังจับเชือกจูงสุนัขทั้งสองตัว พวกมันเริ่มขัดขืนน้อยลงแล้ว
สวี กั๋วจวินกระตุกเชือกอยู่สองครั้ง จนสุนัขลุกขึ้นได้ พวกมันจึงเดินตามเขาออกจากลานบ้านอย่างหงอย ๆ
สุนัขเข้าใจคน พอรู้ว่าบ้านนี้ไม่ใช่ของตัวเองแล้ว ก็ย่อมเดินตามสวี กั๋วจวินไป
สำหรับพรานที่ล่าสัตว์โดยใช้สุนัข การได้สุนัขดี ๆ ถูกใจมาใหม่ก็เหมือนเพิ่งได้เมียสาวมาคนหนึ่ง
สวี กั๋วจวินย่อมไม่ปล่อยให้สุนัขทั้งสี่ตัววิ่งกลับบ้านตามเขาไป เขาลงมืออุ้มพวกมันขึ้นรถม้าทีละตัว ให้พวกมันนั่งอยู่บนนั้น
พอจัดการให้สุนัขเรียบร้อยแล้ว อู๋เหล่าเอ้อร์ก็เอ่ยกับสวี กั๋วจวิน
“เจ้าสาม ฟ้าก็เริ่มเย็นแล้ว พวกเอ็งรีบกลับกันเถอะ ฉันเองก็ต้องกลับแล้ว”
วันนี้สวี กั๋วจวินได้สุนัขดี ๆ มาหลายตัว ต้องขอบคุณอู๋เหล่าเอ้อร์มาก เขาจึงซาบซึ้งใจอีกฝ่ายเป็นอย่างยิ่ง
