จวนตระกูลถัง หน้าประตูใหญ่
รถม้าสองล้อเทียมคู่คันหนึ่งหยุดลงตรงหน้าประตูใหญ่ตระกูลถัง
จากนั้นม่านรถก็ถูกเปิดออก ชายหนุ่มในชุดปราชญ์ มือถือพัดเดินออกมา
ชายหนุ่มคือบุตรชายคนโตของถังจิ้ง นามว่าถังฮว่า
เป็นผู้สืบทอดที่ถังจิ้งทุ่มเทเลี้ยงดู
ปีนี้อายุยี่สิบเอ็ดปี สอบผ่านการสอบขุนนางขั้นสูง ได้เป็นฮุ่ยหยวนแล้ว
หากในการสอบจอหงวนที่กำลังจะมาถึงนี้ ยังคงกดดันผู้เข้าสอบคนอื่น ๆ ได้ ก็จะได้เป็นจอหงวน
ถึงเวลานั้นสอบได้ที่หนึ่งทั้งสามสนาม นั่นจะเป็นเกียรติยศสูงสุดของตระกูลถัง กระทั่งกลายเป็นตำนานไปทั่วทั้งนครหลวง หรือแม้แต่ทั่วแคว้นต้าเหยียน!
ด้านหลังถังฮว่า ถังจิ้งในชุดคลุมเขียวก็เดินออกมาเช่นกัน
ถังจิ้งอายุเลยสี่สิบแล้ว ใบหน้าเปี่ยมไปด้วยความสง่างาม ไว้หนวดเครา แต่ดวงตาค่อนข้างเล็ก จมูกโด่งเห็นสันจมูก ทำให้ดูออกจะใจแคบ
คนงานยกม้านั่งมาให้ ถังว่าลงจากรถก่อน จากนั้นก็ประคองถังจิ้งลงจากรถอย่างเคารพ
“อืม ฮว่าเอ๋ย เจ้าลำบากแล้ว”
ถังจิ้งตบบ่าถังฮว่า กล่าวว่า “อีกไม่นานก็จะถึงสอบจอหงวน ขอเพียงเจ้าชนะในการสอบจอหงวน ที่เหลือยกให้พวกพ่อ”
“พ่อและพวกอาเสี่ยวที่เจ้าได้พบในวันนี้ จะต้องทูลขอพระราชทานสมรสจากฝ่าบาทให้เจ้าได้”
“ตระกูลข่งเป็นตระกูลใหญ่ในนครหลวง การเชื่อมสัมพันธ์กับตระกูลข่ง อนาคตไม่อาจคาดเดาได้ พยายามเข้านะ อย่าทำให้พ่อผิดหวัง”
“ขอรับ ท่านพ่อ” ถังฮว่าประสานมือเล็กน้อย แววตาเปล่งประกายร้อนแรง
อนาคตงั้นรึ?
ไม่ใช่แค่อนาคต
ที่สำคัญคือบุตรสาวใหญ่แห่งตระกูลข่ง นามว่าข่งซือหลาน ได้ชื่อว่าเป็นหญิงงามอันดับหนึ่งแห่งนครหลวง
การได้ครอบครองคนในฝันของชายทั่วไปในนครหลวง จะไม่ใช่ความสมหวังหรอกรึ?
คิดถึงสิ่งเหล่านี้ ถังว่าก็รู้สึกตื่นเต้น แต่บนใบหน้ากลับเผยแวตยอมไม่ได้เล็กน้อย
“ท่านพ่อ นี่เป็นของที่น้องสี่ ท่านพ่อเป็นคนให้ ข้าหากแย่งไปเช่นนี้ มิใช่สิ่งที่ลูกผู้ชายพึงกระทำ”
“น้องสี่ ต่างหากที่เป็นบุตรชายเอกของตระกูลถัง”
ถังจิ้งนึกถึงถังอี้ ใบหน้าก็หม่นหมองลง
เขาโบกแขนเสื้อ กล่าวว่า “อย่าพูดถึงไอ้ไร้ค่าไร้น้ำยานี่ ในสายตาพ่อ เจ้าคือบุตรชายตัวจริงของตระกูลถังต่างหาก!”
ถังอี้ บุตรชายคนที่สี่ของเขา เป็นแค่คนที่ชอบยุแยง ขี้ขลาดไร้ความสามารถ
เขาไม่คู่ควรแม้แต่จะยกเกือกให้ถังฮว่า!
“ท่านพ่อ ท่านกลับมาแล้ว ต้องตัดสินเรื่องให้ข้านะขอรับ!”
ทั้งสองเพิ่งเดินเข้าจวน ก็เห็นถังฮ่าวคลานร้องไห้คร่ำครวญเข้ามา
อวังกุ้ยหลานเองก็คุกเข่าอยู่ไม่ไกล
เห็นถังฮ่าวกับอวังกุ้ยหลานเต็มไปด้วยเลือด ถังจิ้งและถังฮว่าต่างก็ตกใจ
“ฮ่าวเอ๋ย เจ้าเป็นอะไรไป?”
ถังจิ้งรีบเข้าไปดึงถังฮ่าว สายตาเต็มไปด้วยความกังวล
ถังฮ่าวคุกเข่าลงตรงหน้าถังจิ้ง ร้องไห้น้ำตาคลอ
“ท่านพ่อ ถังอี้ไม่ใช่คนนะขอรับ!”
“มันฉวยโอกาสที่ลูกออกไปข้างนอก พยายามย่ำยีภรรยาของลูก พอลูกพบเห็นก็ห้ามปราม มันกลับทำร้ายลูกและภรรยาของลูกเจียนตาย!”
“หวังป้าป้าได้รับคำสั่งจากท่านแม่ให้อบรมถังอิน ก็ถูกมันทำร้ายด้วย”
“ท่านพ่อ ท่านต้องตัดสินให้พวกเรานะขอรับ!”
ถังจิ้งนิ่งอึ้ง แม้แต่ถังฮว่าที่รู้ความจริงก็ยังตะลึงงัน
นิสัยของถังอี้ขี้ขลาดไร้ความสามารถ ปกติแม้แต่ผายลมยังไม่กล้า จะกล้ารังแกพี่สะใภ้ ทั้งยังกล้าทำร้ายผู้คน?
“เหลวไหล” ถังจิ้งสีหน้าเย็นชา
“ใช่แล้ว น้องรอง เสี่ยวอี้ไม่มีทางทำเรื่องเช่นนี้”
ถังฮว่าก็เสแสร้งพูดเห็นด้วย
“ท่านพ่อ ก็คุณชายสี่เป็นคนลงมือจริง ๆ เพคะ บ่าวรับคำสั่งไปอบรมคุณหนูถังอิน สอนหนังสือให้คุณหนู ผลคือคุณชายสี่กลับมาก็ลงมือตีบ่าว”
“ท่านพ่อ ท่านต้องชำระความให้บ่าวกับคุณชายรองด้วยนะเพคะ!”
ถังจิ้งได้ฟัง สีหน้าก็เครียดเกรียม
หรือว่าไอ้ไร้น้ำยานั่นจะทำเรื่องเลวทรามอย่างนั้นจริง ๆ?
“ถังซื่อหลัง ไม่ต้องสงสัย ข้าทำร้ายพวกมันจริง ๆ”
“แน่นอน เพียงแต่ความจริงแล้ว มันคลาดเคลื่อนไปเล็กน้อยเท่านั้น”
ขณะนั้น เสียงของถังอี้ก็ดังขึ้น
ถังจิ้งและสองพี่น้องถังฮ่วา ต่างมองไปตามเสียง
ก็เห็นถังอี้ มือซ้ายอุ้มถังอิน มือขวาถือมีดผ่าฟืนเดินเข้ามา
ในมือถังอินยังถือไหน้ำด่างอยู่
เห็นภาพนี้ ถังฮ่าวตกใจจนหลบไปด้านหลังของถังจิ้ง
“ท่านพ่อ เห็นหรือยังขอรับ? ข้าไม่ได้พูดเหลวไหล ตอนนี้มันยังจะมาทำร้ายอีก”
ถังฮว่าเห็นภาพนี้ ใจก็หวั่นหวาด
เป็นเรื่องจริงหรือ? ถังอี้กล้าต่อต้านจริงรึ? มันกล้าดีอย่างไร?
ถังจิ้งขมวดคิ้วเล็กน้อย ตอนแรกเขาไม่เชื่อถังฮ่าว แต่ตอนนี้เชื่อไปหลายส่วนแล้ว
“ลูกอกตัญญู เจ้ากล้าทำเรื่องต่ำช้าเช่นนี้จริงรึ? เจ้ากล้าดีอย่างไร?!” ถังจิ้งตวาดเสียงเย็น
เสียงตะคอกทำให้ถังอินกอดถังอี้แน่น ร่างเล็ก ๆ สั่นสะท้าน
ถังอี้คลึงศีรษะน้องสาว แล้วมองไปที่ถังจิ้ง
“ถังซื่อหลัง หากข้าบอกว่าข้าเป็นเหยื่อ ท่านเชื่อไหม?”
“หากข้าบอกว่า เป็นเพราะภรรยาของท่านกลัวว่าข้าจะแย่งสิทธิ์ขอพระราชทานสมรสของบุตรชายท่าน จึงจงใจให้บุตรชายคนรองและสะใภ้ของท่านวางแผนใส่ร้ายข้า ท่านเชื่อไหม?”
ถังฮว่ากลัวว่าถังจิ้งจะใจอ่อน จึงก้าวออกมา
“ถังอี้ เจ้าบังอาจ!”
เขาชี้หน้าถังอี้ดุด่าคำหนึ่ง แล้วจึงประสานมือให้ถังจิ้ง พูดอย่างเที่ยงธรรมว่า “ท่านพ่อ เสี่ยวอี้กำลังใส่ร้ายท่านแม่”
“ท่านแม่หลายปีมานี้ ทำงานหนักเพื่อตระกูลเราอย่างสุดความสามารถ คนในจวนล้วนประจักษ์แก่สายตา”
“ทั้งจวน ใครบ้างไม่พูดว่าท่านแม่เป็นฮูหยินใหญ่ที่ดีที่สุด?”
“เสี่ยวอี้ใส่ร้ายนางเช่นนี้ หากแพร่ออกไปข้างนอก จะไม่ทำให้คนข้างนอกหาว่าท่านแม่เป็นหญิงใจร้ายได้รึ?”
ถังอี้หรี่ตาลง พลางหัวเราะ “นางยังต้องให้คนข้างนอกพูดอีกหรือ? นางเองไม่ใช่หญิงใจร้ายมาตลอดหรอกรึ? กระทั่งหญิงใจยักษ์เสียด้วยซ้ำ!”
ถังจิ้งได้ฟังคำนี้ สีหน้าก็ดุดันขึ้นมาทันที “สารเลว แม้นางจะไม่ใช่แม่แท้ ๆ ของเจ้า แต่นางก็เป็นฮูหยินใหญ่ของตระกูลถังในตอนนี้ ก็คือแม่ของเจ้า เจ้ากล้าดูหมิ่นนางเช่นนี้ได้อย่างไร?”
โดยธรรมชาติเขาย่อมรู้ว่าเหยียนซวงอวี้ไม่ได้ดีกับถังอี้และถังอินสักเท่าไหร่ เพียงแต่เห็นแก่ถังฮว่า เขาจึงปิดตาข้างหนึ่งหลับตาข้างหนึ่งมาตลอด
อย่างไรเสีย จอหงวนที่สอบได้ที่หนึ่งทั้งสามสนาม จะมีแม่ที่ใจร้ายไม่ได้
เทียบกับการพัฒนาและเกียรติยศของตระกูลถังแล้ว การที่สองพี่น้องถังอี้ต้องทนทุกข์บ้างจะเป็นไรไป?
ตอนนี้มาอาละวาดให้น่าสมเพช น่าขายหน้า!
“ดูหมิ่น? เหอะ ถังซื่อหลังนี่รักเมียจับใจจริงนะ นับถือ”
ถังอี้อุ้มถังอินเข้ามาใกล้ แล้วเลิกเสื้อป่านของเด็กน้อยขึ้น
ให้ถังจิ้งได้เห็นแผ่นหลังที่เต็มไปด้วยเลือด
“ถังซื่อหลัง นี่คือวิธีการอบรมน้องสาวของข้าของอนุภรรยาของท่าน”
“เป็นอย่างไรบ้าง วิธีการอบรมแบบนี้ ท่าน...ยังพอใจอยู่หรือเปล่า?!”
เห็นบาดแผลบนหลังของถังอิน และฟังคำเย้ยหยันของถังอี้ ถังฮว่าและถังฮ่าวสบตากัน ต่างก็มีสีหน้าเย้ยหยัน
หวังป้าป้าเป็นคนทำ? หึ ๆ ไอ้ไร้น้ำยา เจ้าคิดมากไปแล้ว
บาดแผลพวกนี้ล้วนเป็นฝีมือพวกเราทั้งนั้น ทั้งเฆี่ยนด้วยแซ่หนัง ตีด้วยไม้ไผ่ กรีดด้วยมีดเล็ก กระทั่งเอาใบหน้าอันน่าชังของนางไปกดลงในกระโถน
คิดแล้วก็ตื่นเต้นดีใช่ไหม!
แต่เจ้าไม่มีหลักฐาน จะทำอะไรพวกเราได้?
ถังจิ้งสีหน้าแข็งค้าง ในดวงตาฉายแววเย็นชาในที่สุด
เขาถึงจะไม่ชอบถังอี้และถังอินแค่ไหน พวกเขาก็คือบุตรสาวบุตรชายของเขา เป็นนายของตระกูลถัง หาใช่บ่าวไพร่จะรังแกตามอำเภอใจไม่
“เจ้าทำ?” ถังจิ้งกวาดสายตาอันเย็นเยียบมองไปที่อวังกุ้ยหลาน
อวังกุ้ยหลานถูกสายตาของถังจิ้งมองเข้า ก็ตกใจจนโขกศีรษะรัว ๆ
“ท่านพ่อ คุณหนูถังอินซุกซน ฮูหยินจึงสั่งให้บ่าวสั่งสอนนาง...”
ถังจิ้งคำรามเย็น โบกมือว่า “เอาตัวไป โบยสามสิบ...ช่างเถอะ ในเมื่อเป็นคนของฮูหยิน ก็มอบให้ฮูหยินจัดการเองแล้วกัน!”
ความสัมพันธ์ระหว่างอวังกุ้ยหลานกับเหยียนซวงอวี้ค่อนข้างลึกซึ้ง การจัดการกับอวังกุ้ยหลานจะส่งผลถึงเหยียนซวงอวี้
ส่วนเหยียนซวงอวี้ก็จะส่งผลต่อถังฮว่า
การสอบจอหงวนใกล้เข้ามาแล้ว เขาไม่ยอมให้ปัจจัยใด ๆ มากระทบต่อบุตรชายคนโตของเขาเด็ดขาด
คนงานหลายคนรีบพาตัวอวังกุ้ยหลานออกไป
ถังจิ้งมองไปที่ถังอี้ โบกมืออย่างรำคาญ “เลิกอาละวาดได้แล้ว กลับไปซะ แผลบนตัวถังอิน ข้าจะหาหมอมาให้นาง”
ได้ฟังคำนี้ รอยยิ้มบนมุมปากถังอี้ก็เต็มไปด้วยความเย้ยหยัน
ลูกสาวของท่านถูกตีเจียนตาย แต่ผลลัพธ์ ท่านกลับแก้ปัญหาแบบขอไปทีเช่นนี้?
ยังทำท่าราวกับเป็นบุญคุณอีก? แสดงให้ใครดู?
“ถังซื่อหลัง ข้าให้โอกาสท่านแล้ว”
“ผลคือให้โอกาสท่านแล้ว ท่านก็ยังใช้การไม่ได้อีก!”
ถังอี้จัดเสื้อผ้าของถังอินให้เรียบร้อย น้ำเสียงเต็มไปด้วยความเยือกเย็น
“ดี เมื่อไม่ยอมพูดเหตุผล เช่นนั้น ข้า...ก็พอรู้จักหมัดมวยอยู่บ้างเหมือนกัน”