“แย่แล้ว! ที่นี่คงไม่ใช่ถ้ำหมูป่าหรอกนะ!” เจิ้งอีเหรินตกใจจนเผลอพูดสิ่งที่ตัวเองจินตนาการออกมา
คุณปู่หลิวส่ายหน้า “เป็นไปไม่ได้ ถ้าที่นี่กลายเป็นรังหมูป่าจริง ๆ ต้องมีกลิ่นเหม็นสิ! พวกเราเข้ามาตั้งนานแล้ว ได้กลิ่นเหม็นบ้างหรือเปล่า?”
“แล้วหมูป่าจะเข้ามาไหม?” เจิ้งอีเหรินถามอย่างกังวล
“ฉันก็ไม่รู้!” คุณปู่หลิวส่ายหน้า
เจียงเหวินหมิงเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนส่งเจ้าตัวเล็กที่กินอิ่มแล้วหลับอยู่ในอ้อมแขนให้คุณปู่หลิว
“อาหก! ให้ผมออกไปล่อหมูป่าออกไปเถอะ! ไม่อย่างนั้นทุกคนคงต้องระแวงจนไม่ได้พัก!” พูดจบเขาก็หยิบขวานฟืนขึ้นมา เตรียมจะออกไป
“ไม่ได้! ปกติเวลาเจอหมูป่า คนทั้งหมู่บ้านต้องช่วยกัน ถึงจะพอฆ่ามันได้สักตัว แกไปคนเดียวก็เท่ากับไปตาย!” คุณปู่หลิวขวางเจียงเหวินหมิงที่กำลังจะพุ่งออกไป
“อาหก! แต่ถ้าเราหดหัวอยู่ข้างในแบบนี้ สักวันก็ต้องเจอมันอยู่ดี สู้กับมันสักตั้งดีกว่า! ยังไงก็ต้องเจอกันอยู่แล้ว ถ้าผมล่อมันออกไป ขอแค่วิ่งให้เร็วหน่อยก็ยังมีโอกาสหนีรอด!”
เจียงเหวินหมิงสะบัดตัวหลุดจากคุณปู่หลิว ผลักกิ่งไม้ที่บังปากถ้ำออกแล้ววิ่งพรวดออกไป
เจียงจี้หยุนฉวยจังหวะที่คุณปู่หลิวยังไม่ทันตั้งตัว วิ่งตามออกไปทันที
“เฮ้! รีบกลับมา!” เจิ้งอีเหรินไม่กล้าตะโกนเสียงดัง จึงได้แต่เรียกเจียงจี้หยุนเบา ๆ
เมื่อหมูป่าเห็นเจียงเหวินหมิงโผล่มากะทันหัน มันก็ตกใจอยู่ครู่หนึ่ง พอตั้งสติได้ก็พุ่งเข้าใส่เขาทันที
เจียงจี้หยุนวิ่งตามออกไปด้วย แต่ขาของเธอสั้นเกินไป วิ่งตามไปได้แค่ไม่กี่ก้าวก็คลาดสายตาจากทั้งคนและหมูป่าแล้ว
