“แล้วหลังจากนั้นฉันก็เกิดมาไงล่ะ น่าเสียดายที่เป็นเด็กผู้หญิงที่ไม่มีใครเอ็นดู ปู่แท้ ๆ ของฉันก็คือพ่อของเขานั่นแหละ เป็นพวกที่รักลูกชายมากกว่าลูกสาว พวกเขาสองคนอยากมีลูกชาย เลยส่งฉันไปฝากคนที่ชนบทช่วยเลี้ยง! ฉันถึงได้ถูกคนพวกนั้นทำร้ายจนเป็นแบบนี้ไง!”
ฟังเจียงจี้หยุนพูดเจื้อยแจ้ว ไม่มีสักประโยคที่จริงจัง สีหน้าของเฮ่อเจิงก็ดำคล้ำลงเรื่อย ๆ ส่วนเจิ้งอีเหรินกลับหน้าแดงขึ้นเรื่อย ๆ
“พอเถอะ จะโทษเด็กที่กัดคุณก็ไม่ได้หรอก ไม่หยิบมีดมาฟันคนก็นับว่าอารมณ์ดีแล้ว! รีบพาเด็กกลับไปเลี้ยงเองเถอะ ต่อให้ลำบากแค่ไหนก็ยังสบายใจกว่าการอาศัยอยู่ใต้ชายคาคนอื่น! ลูกตัวเองเป็นแบบนี้ คุณไม่สงสารบ้างหรือไง! ส่วนสามีภรรยาคู่นั้นกลับใช้ชีวิตกันสุขสบาย ดูดีมีหน้ามีตาเชียว!” ชายวัยกลางคนที่อายุมากกว่าเอื้อมมือตบไหล่เฮ่อเจิง พลางเอ่ยเกลี้ยกล่อมด้วยความหวังดี
“ขอบคุณครับ คุณทหาร ผมจะพาเธอกลับไปเลี้ยงดูให้ดีแน่นอน!” เฮ่อเจิงพูดพลางกัดฟันกรอด
ชายทั้งสองเก็บปืนแล้วเดินจากไป เฮ่อเจิงพาเจิ้งอีเหรินและอุ้มเจียงจี้หยุนเดินจากไปอย่างรวดเร็ว
“พี่หลิว! ทำไมผมรู้สึกว่าผู้ชายคนนั้นพูดไปกัดฟันไปล่ะครับ?”
“เรื่องอื้อฉาวใหญ่โตขนาดนั้นถูกเด็กผู้หญิงตัวเล็ก ๆ พูดออกมาต่อหน้า ใครได้ยินก็ต้องกัดฟันทั้งนั้นแหละ! เด็กผู้หญิงคนนั้นกลับบ้านไปแล้วคงลำบากน่าดู!”
“พี่หลิว ที่แท้ประโยคที่พี่พูดทีหลังคือจงใจเตือนผู้ชายคนนั้นนี่เอง!”
“แกนี่พอมีสายตาอยู่บ้างนี่!”
