เจิ้งอีเหรินอุ้มเจ้าเจ้าตัวเล็กที่หลับสนิท มองสองคนนั้นเถียงหยอกล้อกันแล้วก็ยิ้มออกมาเงียบ ๆ
“รีบออกจากที่นี่กันเถอะ! ที่นี่อยู่ใกล้ประตูเมืองมาก!” เจิ้งอีเหรินเร่งทั้งสองคน
เฮ่อเจิงย่อตัวลงแล้วพูดกับเจียงจี้หยุนว่า “มา ฉันแบกเธอไปเอง! ดูขาสั้น ๆ ของเธอสองข้างสิ ถ้าจะเดินไปถึงที่หมายคงต้องรอถึงพรุ่งนี้เช้าโน่น!”
“ฉันจะโตเป็นคนขายาวแน่นอน!” เจียงจี้หยุนปีนขึ้นหลังเฮ่อเจิงแล้วพูดอย่างหนักแน่น
“เธอเนี่ยนะ?”
“เฮ้! อย่ามาไม่เชื่อสิ พอโตขึ้นฉันต้องผิวขาวหน้าสวยขายาวแน่นอน!”
“คำพูดพวกนี้ไปเรียนมาจากใครกัน ฉันเพิ่งเคยได้ยินเป็นครั้งแรกเลยนะ!” เจิ้งอีเหรินถามอย่างขบขัน
เจียงจี้หยุนมองเธอแวบหนึ่งแล้วตอบว่า “ฉันเป็นคนมีพรสวรรค์แต่กำเนิดน่ะ! ไม่ต้องให้ใครสอนหรอก แม่ฉันพูดไม่เก่ง พ่อก็ไม่อยู่บ้าน พี่ชายก็ออกไปแล้ว ถ้าบ้านเราไม่มีคนพูดจาคล่องแคล่วสักคน ฉันกับแม่คงโดนคนอื่นรังแกจนตายไปนานแล้ว!”
“ลูกคนจนต้องรู้จักดูแลตัวเองตั้งแต่เด็กจริง ๆ เธอฉลาด แถมยังรู้จักสังเกตคนด้วย น่าเสียดายที่เกิดผิดยุคจริง ๆ!” เฮ่อเจิงถอนหายใจ
คราวนี้เจียงจี้หยุนเงียบไป ยุคนี้มีคนตายมากมายเหลือเกิน ตอนเธอเรียนประวัติศาสตร์ในชาติก่อน ตัวเลขที่บันทึกไว้ก็มีคนตายหลายสิบล้านคนแล้ว!
เฮ่อเจิงไม่ได้ยินเจียงจี้หยุนตอบ จึงถามว่า “เจ้าตัวเล็ก หลับแล้วเหรอ? ทำไมไม่พูดอะไรเลย?”
“ฉันไม่รู้จะพูดอะไร พี่ชายบอกว่าเขาจะไปต่อต้านการรุกราน ถ้าพวกเราไม่ลุกขึ้นสู้ ก็ทำได้แค่เป็นทาสในชาติที่พ่ายแพ้ ในประวัติศาสตร์มีทาสในชาติที่พ่ายแพ้สักกี่คนที่ได้ลงเอยดี ๆ กันล่ะ! แถมพวกนั้นยังเป็นคนต่างเผ่าอีก!”
