เพราะเจียงถงได้ยินเสียงเด็กร้องไห้จ้า
จากนั้นก็ได้ยินเสียงอ่อนโยนของต่งย่าหลานที่กำลังปลอบเด็ก
“เด็กดี อย่าร้องนะ ไม่ร้องนะ”
มือที่เจียงถงกำโทรศัพท์อยู่กระชับแน่นขึ้น “……”
แล้วเสียงจากปลายสายก็ชะงักไปเล็กน้อย “ถงถง มีธุระอะไรหรือเปล่า? แม่ไม่ได้บอกไปแล้วหรือว่าเธอแต่งงานแล้ว ก็อย่าโทรหาแม่อีก”
“ฉันกับหลี่จิ่งเฉินหย่ากันตั้งนานแล้ว”
“อะไรนะ?”
เจียงถงสูดหายใจลึก ขอบตาเริ่มแดง “แม่ หลังเลิกงานหนูไปหาแม่ได้ไหม?”
ปลายสายเงียบไปหลายวินาที “มาหาแม่ที่บ้านใหม่ก็แล้วกัน!”
“ค่ะ!” ก่อนจะไปหาต่งย่าหลาน เจียงถงแวะไปห้างสรรพสินค้าก่อน
เมื่อมาถึงเขตเมืองใหม่
เจียงถงเดินตามพ่อบ้านไปพลางกวาดตามองคฤหาสน์หลังใหญ่
ใหญ่กว่าคฤหาสน์ที่เธอเคยอยู่ตอนเด็กมาก แถมยังมีทั้งพ่อบ้านและแม่บ้าน
ภายในบ้านโปร่งสว่าง…
ขณะนั้นเอง ต่งย่าหลานผู้เป็นแม่กำลังอุ้มเด็กหญิงตัวน้อยไว้ในอ้อมแขนและปลอบอยู่
เด็กคนนี้อายุน้อยกว่าเจียงหมิงหยาง เป็นลูกสาว! ตัวขาวอวบ ที่คอยังห้อยกุญแจทองไว้ด้วย
เจียงถงละสายตากลับมามองต่งย่าหลานอีกครั้ง ฝ่ายนั้นสวมทองประดับเงิน ดูแลตัวเองเป็นอย่างดี ใบหน้าดูเหมือนฉีดสารบำรุงผิวมา
“นั่งสิ” ต่งย่าหลานไม่ได้ต้อนรับขับสู้สักเท่าไร!
“น้องสาวหนูชื่ออะไรคะ?” เจียงถงถาม
“เหวินหย่า สามีแม่เป็นคนตั้งให้”
เจียงถงเม้มริมฝีปาก ไม่พูดอะไรต่อ เพียงสอดมือข้างหนึ่งเข้าไปในกระเป๋าเสื้อแล้วกำผ้าในนั้นแน่น
แม่บ้านยกชาร้อนมาให้ กลิ่นชาหอมกรุ่นลอยขึ้นมา
“พูดมาเถอะ มาหาแม่มีธุระอะไร?” แววตาของต่งย่าหลานเผยความต่อต้านและห่างเหินออกมาเล็กน้อย
