เจียงถงยังคงร้องไห้อยู่
เสียงฝีเท้าเร่งรีบดังขึ้น
ใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ จนแทบจะอยู่ข้างหู
เจียงถงค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นมอง...
เสียงของเธอแหบพร่า ดวงตากลมโตมีหยาดน้ำตาใสเอ่อคลอ “เหมียวเหมียว”
สวีเหมียวเหมียวย่อตัวลง กอดเจียงถงไว้ด้วยความสงสาร “เกิดอะไรขึ้นเหรอ?”
เจียงถงสูดจมูก ก่อนจะโผเข้าไปซบอกสวีเหมียวเหมียว ส่ายหน้าแล้วดึงดันบอกว่าไม่เป็นไร! แค่จู่ ๆ ก็รู้สึกเหนื่อยเหลือเกิน
สวีเหมียวเหมียวลูบผมเจียงถง “เด็กดี ๆ ไม่ร้องนะ มีอะไรบอกฉันได้เลย ฉันจะอยู่เป็นเพื่อนเธอเสมอ”
หัวใจเจียงถงอบอุ่นขึ้นมา
เธอกับสวีเหมียวเหมียวโตมาด้วยกันตั้งแต่เด็ก เป็นเพื่อนรักที่สนิทสนมและคุยกันได้ทุกเรื่อง
สวีเหมียวเหมียวขับรถซีซี พาเจียงถงขึ้นรถ แล้วคอยเช็ดทั้งน้ำตาและน้ำมูกให้
เจียงถงไม่ทันเห็นว่า รถโรลส์-รอยซ์สีดำคันหนึ่งค่อย ๆ เคลื่อนออกไปในตอนนั้นเอง
……
เมื่อใกล้ถึงบ้าน เจียงถงถึงถามสวีเหมียวเหมียวว่ารู้ได้อย่างไรว่าเธออยู่ที่นี่
แววตาสวีเหมียวเหมียวไหววูบ เมื่อนึกถึงคำฝากฝังของผู้ชายแซ่หลี่คนนั้น “โทรหาเธอก็ไม่รับสาย! ฉันเป็นห่วง เลยออกตามหาเธอไปทั่วน่ะ”
เจียงถงยกมุมปากน้อย ๆ เอียงศีรษะพิงไหล่สวีเหมียวเหมียว “เธอดีที่สุดเลย”
สวีเหมียวเหมียวถอนหายใจ เหมือนอยากจะพูดอะไรสักอย่าง แต่สุดท้ายก็ไม่ได้พูดออกมา
กลับถึงบ้านแล้ว
หลังซื้อเบียร์มาสองสามขวดและรอจนลูกหลับ เจียงถงก็ชนแก้วกับสวีเหมียวเหมียว
