“เลี้ยงเธอมาเสียเปล่า เป็นคนอกตัญญูจริง ๆ พอถึงเวลาต้องพึ่งพา กลับช่วยอะไรไม่ได้สักอย่าง!”
เจียงเผิงเฟยถ่มน้ำลายด่าอย่างเดือดดาล ส่วนเจียงถงก็หันหลังเดินจากไปโดยไม่แม้แต่จะเหลียวกลับ
มาถึงวันนี้เธอถึงได้รู้ว่า พึ่งพาตัวเองยังดีกว่าพึ่งพาใครทั้งนั้น
เจียงเผิงเฟยบอกว่าเธอช่วยอะไรไม่ได้ แล้วตัวเขาเองล่ะ?
รถของเขาคันหนึ่งราคาตั้งเป็นล้าน แต่เธอขอยืมเงินแค่แสนเดียว เขายังไม่ให้ ราวกับจุดประสงค์ที่เลี้ยงเธอซึ่งเป็นลูกสาวมาก็เพื่อใช้แต่งงานเชื่อมสัมพันธ์ จะได้เพิ่มมูลค่าให้ตัวเอง!
เธอยังมีค่าน้อยกว่าสิ่งของเสียอีก!
พอกลับถึงบ้าน เจียงถงก็เริ่มวุ่นวายกับเรื่องร้านค้าออนไลน์
ในที่สุดก็มีข่าวดีให้เธอได้ยิ้มออกเสียที ร้านค้าออนไลน์เริ่มมีกำไรแล้ว
ร้านเสื้อผ้าผู้หญิงนี้เปิดร่วมกับสวีเหมียวเหมียว ชื่อว่า “เสื้อผ้าสตรีเหมียวถง”
เจียงถงเห็นลูกค้าคนหนึ่งแสดงความคิดเห็นว่า มีแบบสำหรับเด็กไหม? เห็นว่าร้านคุณมีแบบใหม่ ๆ ร้านอื่นไม่มีขายเลย!
เจียงถงชะงักไปนิดหนึ่ง เสื้อผ้าเด็กงั้นเหรอ?
“มาม้า...”
ตอนนั้นเอง เจียงหมิงหยางในชุดนอนผ้าฝ้ายเนื้อนุ่มสีขาวนวลลายแกะน้อยก็เดินเข้ามา
เจียงถงกวาดตามองลูกชายตั้งแต่หัวจรดเท้า นี่ไม่ใช่ว่ามีนายแบบอยู่ตรงหน้าแล้วหรอกหรือ
เธอรีบเล่าเรื่องนี้ให้สวีเหมียวเหมียวฟัง
“เหมียวเหมียว ฉันว่าจะเปิดร้านออนไลน์อีกแห่ง รับเสื้อผ้าเด็กมาขายสักล็อต เน้นเด็กอายุต่ำกว่า 3 ขวบ แล้วให้เจียงหมิงหยางเป็นนายแบบ ตอนนี้เสื้อผ้าเด็กกำลังขายดีเลย”
สวีเหมียวเหมียวถามว่า “เธอจะไม่เหนื่อยเกินไปเหรอ?”
เจียงถงตอบว่า “ไม่หรอก หาเงินจะเหนื่อยได้ยังไง?”
