เจียงถงถลึงตาใส่สวีเหมียวเหมียวเป็นเชิงห้ามพูดเหลวไหลต่อหน้าเด็ก
สวีเหมียวเหมียวกลับไม่เห็นเป็นเรื่องใหญ่ เด็กสองขวบจะเข้าใจอะไรล่ะ?
เจียงหมิงหยางดึงมือเจียงถงเบา ๆ แล้วถามว่า “หม่าม้า พี่ชายอดีตสามีคือพี่ชายแบบไหนเหรอ เป็นพี่ชายของหม่าม้าหรือเปล่า?”
เจียงถงใจลอยไปชั่วขณะ เธอจำได้ว่าตอนยังไม่หย่า เวลานอนอยู่บนเตียง บางครั้งหลี่จิ่งเฉินเกิดนึกสนุกขึ้นมา ก็จะกัดริมฝีปากเธอแล้วบังคับให้เรียกเขาว่าพี่ชาย
“เรียกพี่จิ่งเฉินสักครั้งสิ พี่อยากฟัง”
“ฉันไม่เรียกหรอก น่าอายจะตาย”
“หืม? ไม่เรียกใช่ไหม?”
“ฮือ ๆ สามีคะ ฉันผิดไปแล้ว… ฉันเรียกแล้ว เรียกแล้วค่ะ”
“หม่าม้า! หม่าม้า!” เจียงหมิงหยางกะพริบตาปริบ ๆ เจียงถงถึงได้สติกลับมา มือเล็ก ๆ ของเจ้าตัวน้อยแตะแก้มเธอแล้ว “หม่าม้าเป็นอะไรไป ทำไมหน้าแดงจังเลย!”
เจียงถงกระแอมเบา ๆ “ไม่เป็นไร!”
ต่อหน้าเด็กแท้ ๆ เธอกลับจินตนาการเรื่องแบบนั้นขึ้นมา น่าอายจริง ๆ! เธอยกน้ำแร่ขึ้นดื่ม ก่อนจะสงบสติอารมณ์ลง
เดินทางราวสองชั่วโมงก็มาถึงเมืองหลวง ทั้งสามต่อแถวเดินออกมาจากสถานีรถไฟความเร็วสูง
ผู้คนแน่นขนัด…
คน…มาก…จน…ล้น…
ไม่เกินจริงเลย มองไปทางไหนก็เห็นแต่หัวคน
“เธอนี่ดื้อจะออกมาเที่ยวช่วงวันชาติจนได้ เป็นไงล่ะ เฮ้อ! มีแต่คนทั้งนั้น จะเที่ยวกันยังไง? สถานที่ท่องเที่ยวก็จองไม่ได้เลย” สวีเหมียวเหมียวบ่น “รู้งี้ไปซีอานดีกว่า อย่างน้อยคงไม่คนเยอะขนาดนี้”
“ก็พอกันแหละ สถานที่ท่องเที่ยวคนเยอะหมด”
เจียงถงอุ้มเจียงหมิงหยางไว้ “เราไปหาโรงแรมก่อนดีไหม”
สวีเหมียวเหมียวพยักหน้า “ขอดูหน่อยนะ”
ทั้งสองออกมากันกะทันหัน ยังไม่ได้จองโรงแรม ตอนนี้ค่อยจองก็สายไปแล้ว โรงแรมส่วนใหญ่เต็มหมด
เจียงถงอุ้มลูกจนเหงื่อท่วมตัว “หาโรงแรมได้หรือยัง?”
