หลี่จิ่งเฉินลงจากรถ
เขาหรี่ตาลงเล็กน้อย ล้วงมือข้างหนึ่งใส่กระเป๋าเสื้อ แล้วเดินตามหลังเจียงถงกับลั่วอวี่ไป๋
ลั่วอวี่ไป๋กับเจียงถงไม่มีใครสังเกตเห็นหลี่จิ่งเฉิน
ลั่วอวี่ไป๋ถามเจียงถงว่า “พี่สะใภ้ ผมขอถามอะไรสักอย่างได้ไหมครับ?”
“ทำไมพี่ถึงหย่ากับพี่ใหญ่ของผม ผมถามเขาแล้ว แต่เขาก็ไม่ยอมบอก”
เจียงถงทั้งขำทั้งจนใจ “พวกคนหนุ่มสาวนี่ช่างอยากรู้อยากเห็นจริง ๆ!”
ลั่วอวี่ไป๋หัวเราะแหะ ๆ “ผมแค่อยากรู้น่ะครับ เมื่อก่อนพี่สองคนรักกันมาก”
“บอกผมเถอะครับ ผมรับรองว่าจะไม่บอกใคร”
เห็นลั่วอวี่ไป๋ยังคงซักไซ้ไม่หยุด เจียงถงจึงพูดอย่างจริงจังว่า “จำไว้ข้อหนึ่งก็พอ แต่งงานกับคบหากันไม่เหมือนกัน คนที่แต่งงานด้วยความหุนหันพลันแล่น ส่วนใหญ่ลงเอยไม่ดีหรอก”
เธอกล่าวว่า “ต่อไปเวลาเลือกคนที่จะใช้ชีวิตด้วย ต้องทำความเข้าใจนิสัยของอีกฝ่ายให้ดี ที่สำคัญยิ่งกว่านั้นคือครอบครัวของเขา อดีตของเขา และเรื่องอื่น ๆ”
“ก็ได้ครับ...” ตอนนี้ลั่วอวี่ไป๋เพิ่งอายุ 21 ยังเด็กอยู่มาก คงต้องรอให้เขาอายุสัก 25 ถึงจะเริ่มคิดเรื่องแต่งงานได้
“ถ้าอย่างนั้นพี่กับพี่ใหญ่ของผมไม่มีทางกลับไปแต่งงานกันอีกแล้วเหรอครับ?”
“อืม เป็นไปไม่ได้แล้ว” เจียงถงยังคงตอบคำเดิม
เธอรู้ดีกว่าใครว่าเธอกับหลี่จิ่งเฉินไม่เหมาะสมกัน
ลั่วอวี่ไป๋ถอนหายใจ “งั้นผมขอถามเป็นข้อสุดท้ายได้ไหมครับพี่สะใภ้ ตอนนี้พี่ยังรักพี่ใหญ่ของผมอยู่หรือเปล่า?”
เมื่อได้ยินประโยคนี้
ชายที่เดินตามมาเงียบ ๆ อยู่ข้างหลังชะงักฝีเท้า
