หญิงสาววัยยี่สิบต้น ๆ ผิวขาวนวลจนไม่เหมือนคนเคยทำงานหนัก ทว่าในประวัติกลับเขียนไว้ว่าเคยผ่านงานบูรณะโบราณวัตถุระดับพิพิธภัณฑ์มาแล้วกว่าสิบชิ้น
เขาไม่ทันได้นั่งด้วยซ้ำ หันหลังเดินจากไปทันที ทิ้งไว้เพียงประโยคเดียว
“เสี่ยวหลิว เธอมาสัมภาษณ์แทนที”
หญิงสาวอีกคนที่อายุน้อยกว่าเดินเข้ามา ท่าทีค่อนข้างเป็นมิตร เริ่มจากรินน้ำให้หนึ่งแก้ว แล้วคุยถามข้อมูลพื้นฐานอีกสองสามประโยค
“คุณซ่ง วงการนี้คุณก็รู้ดี พูดแต่ทฤษฎีไม่มีประโยชน์ งั้น...ลองลงมือดูก่อนไหมคะ?”
พูดพลางหันไปหยิบม้วนภาพม้วนหนึ่งจากตู้ แล้วค่อย ๆ คลี่ออกบนโต๊ะ
เป็นภาพวาดโบราณชิ้นหนึ่ง วาดสีบนผ้าไหม งานติดพื้นหลังดูออกว่ามีอายุอยู่พอสมควร บนภาพมีร่องรอยการเติมเส้นและต่อเส้นอยู่หลายจุด
“ภาพนี้เราเคยซ่อมมาก่อนแล้ว คุณลองดูซิคะ ดูออกไหมว่ามีอะไรบ้าง?”
ซ่งมั่วถอดแว่นกันแดดออก เริ่มจากถอยไปสองก้าวเพื่อดูองค์ประกอบโดยรวม แล้วจึงโน้มตัวเข้าไปใกล้พื้นผิวภาพ
ปลายนิ้วลอยอยู่เหนือภาพราวหนึ่งชุ่น ไล่ไปตามทิศทางของฝีแปรงอย่างแผ่วเบา สายตาเลื่อนจากภาพหลักไปยังมุมขอบ กวาดดูไปทีละนิด
“ซ่อมมาสองครั้ง”
เธอเอ่ยขึ้น เสียงไม่รีบไม่ร้อน
“ครั้งแรกเป็นการต่อเส้นพู่กันที่ขาด ใช้วิธีลงสีเต็มพื้นที่ แต่ทำสีไม่ดี ความเข้มเกินไปหนึ่งระดับ
ครั้งที่สองล้างส่วนที่ต่อเส้นไว้ออกใหม่ แล้วทำผ้าไหมปะรอย
ผ้าไหมเก่าที่เลือกมาถือว่าใช้ได้ แต่ตอนติดรองหลังคุมแรงไม่สม่ำเสมอ ทำให้ตัวภาพบิดเบี้ยวไปเล็กน้อย”
ซ่งมั่วหยุดครู่หนึ่ง แล้วชี้ไปที่บริเวณมุมบนซ้ายของภาพซึ่งดูเหมือนว่างเปล่า
