บ่ายวันถัดมา เฉินเส้าอันกำลังนอนอาบแดดอยู่ในลานบ้าน พลันได้ยินเสียงหัวเราะห้าวหาญดังมาจากนอกประตู ตามด้วยเสียงอันเป็นเอกลักษณ์ของหงเป่า
“น้องเฉิน อยู่บ้านหรือไม่? พี่ชายมาขอดื่มชาสักถ้วย”
เฉินเส้าอันวางหนังสือลง ลุกขึ้นยืน มุมปากพลันยกโค้งขึ้นอย่างห้ามไม่อยู่
เมื่อวานเขาได้รับพระราชทานรางวัล หงเป่าก็โวยวายว่าจะมาจวนของเขาเพื่อลองชาบรรณาการที่ฝ่าบาทพระราชทาน
เจ้าหมอนี่ ปากบอกว่ามาขอดื่มชา แต่เก้าในสิบส่วนคงมาร่วมยินดีด้วยมากกว่า
เขาออกไปรับแขก แต่กลับเห็นหงฝูเดินตามหลังหงเป่ามาด้วย สองพ่อลูกก้าวเข้ามาในลานบ้านทีละคน
หงเป่าถือกล่องไม้แดงงดงามใบหนึ่งไว้ในมือ เดินเข้ามาพลางหัวเราะร่า
“ท่านลุงหง พี่ใหญ่หง พวกท่านนี่...” เฉินเส้าอันยิ้มพลางประสานมือคำนับ
หงฝูหัวเราะกล่าวว่า “เมื่อวานพ่อครัวหลวงเฉินได้รับพระราชทานรางวัลจากฝ่าบาท ข้าจึงตั้งใจมาแสดงความยินดี นี่เป็นน้ำใจเล็กน้อย หวังว่าคงไม่รังเกียจ”
เฉินเส้าอันกล่าวว่า “ข้ายินดีต้อนรับพวกท่านมาดื่มชา แต่ของขวัญไม่จำเป็นต้องนำมาหรอก”
หงเป่าวางกล่องลงบนโต๊ะดังตุบ “ไม่ได้หรอก ธรรมเนียมยิ่งมีน้ำใจยิ่งไม่เสียหาย มาดื่มชาบรรณาการของเจ้า จะมามือเปล่าได้อย่างไร”
กล่าวจบยังทำสีหน้าท่าทางน้ำลายสอ “นี่เป็นของดีเชียว ขนาดในมือท่านพ่อข้ายังมีไม่มาก แต่เจ้ากลับมีถึงสองชั่ง วันนี้ต้องลองให้ได้!”
เฉินเส้าอันเชิญทั้งสองเข้าไปในห้อง ก่อนหันไปตะโกนเรียกโจวเฉวียน “โจวเฉวียน เอาชาบรรณาการออกมา ให้แม่ทัพหงกับพี่ใหญ่หงลองชิม”
