เสิ่นอวิ๋นเหนียงทำงานละเอียดลออยิ่ง ทุกครั้งจะพลิกขนอ่อนเป็ดแต่ละกำตรวจดูซ้ำสองรอบ จึงค่อยวางลงในตะกร้าสะอาดที่อยู่ข้างกัน นางยังคอยชี้แนะซู่เหมยกับเฉี่ยวหลาน สอนให้ทั้งสองแยกก้านขนกับขนอ่อนอย่างรวดเร็ว
เฉินเส้าอันยืนมองอยู่ข้าง ๆ ครู่หนึ่ง เห็นว่าพวกนางเริ่มทำได้คล่องมือแล้ว จึงไปขนโอ่งใบใหญ่มาจากลานด้านหลัง ทั้งยังหยิบปูนขาวมาอีกห่อหนึ่ง เริ่มผสมน้ำปูนใส
เมื่อคัดแยกเสร็จ เฉินเส้าอันก็นำขนอ่อนเป็ดแบ่งเป็นชุด ๆ แช่ลงในน้ำปูนใส ใช้พลองไม้คนเบา ๆ ให้แน่ใจว่าขนอ่อนเป็ดทุกก้อนดูดซับน้ำปูนใสจนชุ่ม จากนั้นจึงปิดฝาไม้แล้วกล่าวกับทุกคนว่า
“แช่ไว้ 2 ชั่วยาม พวกเราไปพักกันก่อน รอครบเวลาแล้วค่อยจัดการขั้นต่อไป”
ผ่านไป 2 ชั่วยาม ฟ้าก็เริ่มมืดแล้ว
เฉินเส้าอันพาทุกคนช้อนขนอ่อนเป็ดขึ้นจากน้ำปูนใส อาศัยแสงสุดท้ายในลานบ้านล้างด้วยน้ำสะอาดหนึ่งรอบ แล้วนำไปแช่ในน้ำขี้เถ้าที่เตรียมไว้ก่อนหน้า ขยี้เบา ๆ อยู่ 1 เค่อ
ซู่เหมยกับเฉี่ยวหลานต่างเป็นคนทำงานคล่องมืออยู่แล้ว ท่าทางขยี้ล้างแม้จะนุ่มนวล ทว่าก็ไม่ชักช้า เสิ่นอวิ๋นเหนียงยิ่งเอาใจใส่ ทุกครั้งที่ขยี้ล้างเสร็จหนึ่งชุด นางจะหยิบขึ้นมาหนึ่งกำแล้วดมดู ยืนยันว่ากลิ่นไม่พึงประสงค์จางลงแล้ว จึงวางใจนำไปล้างด้วยน้ำสะอาด
ล้างและเปลี่ยนน้ำไป 3 รอบ ในน้ำรอบสุดท้ายเติมน้ำส้มสายชูจากข้าวลงไป
เฉินเส้าอันให้ขนอ่อนเป็ดแช่ในน้ำส้มสายชูราวหนึ่งถ้วยชา แล้วช้อนขึ้นมาใช้ผ้าฝ้ายสะอาดห่อไว้ ทั้งสองคนจับผ้าคนละด้าน บิดเบา ๆ รีดน้ำออกไปได้มากกว่าครึ่ง
