หงฝูนั่งอยู่ในจวน ไขว่ห้างจิบชาชุดใหม่ พลางมองเทียบเชิญกองโตแล้วยิ้มจนหุบปากไม่ลง
“จิ้งจอกเฒ่าพวกนี้ ปกติพบหน้าข้าก็ทำเมิน บัดนี้กลับพากันเข้าหาข้าเสียแล้ว”
หงเป่ายืนเกาศีรษะอยู่ข้างกาย “ท่านพ่อ ชาชั้นเลิศหมดแล้วจริง ๆ ทางน้องเฉิน...”
“พรุ่งนี้เจ้าไปจวนสกุลเฉินอีกสักครั้ง นำใบชาใหม่ไปให้สักชุด ให้น้องเฉินคั่วเพิ่มอีกชุด” หงฝูวางถ้วยชา ครุ่นคิดครู่หนึ่งก่อนกล่าวเสริม
“แต่คราวนี้ไม่ต้องนำไปขายที่ร้าน ชาชั้นเลิศให้เก็บไว้แก่เหล่านายท่านที่สั่งจองล่วงหน้า จะได้ไม่ต้องให้พวกเขามาดักหน้าประตูข้าทุกวัน”
หงเป่ารับคำ เช้าตรู่วันรุ่งขึ้นก็บรรทุกใบชาใหม่เต็มรถไปส่งถึงเรือนของเฉินเส้าอัน
เฉินเส้าอันมองใบชาสดสีเขียวมรกตในตะกร้าหลายใบ ก่อนยิ้มพลางพยักหน้า “ได้ ส่งให้ข้าจัดการเถิด”
หลังหงเป่าจากไป เขาก็ปิดประตู เปิดร้านค้าของระบบ แล้วสั่งซื้อชาจิ้งซานที่ผลิตด้วยกรรมวิธีสมัยใหม่สิบจินอย่างคล่องแคล่ว
ใบชาม้วนแน่น สีเขียวสด มีขนอ่อนสีขาวปรากฏชัด กลิ่นหอมสะอาดละมุน
ไม่ว่าจะรูปลักษณ์หรือคุณภาพภายใน ล้วนดีกว่าใบชาที่คั่วจากไร่ของตระกูลหงอยู่หลายขั้น
ถึงอย่างไร ชาจิ้งซานยุคปัจจุบันก็ผ่านการคัดเลือกสายพันธุ์และปรับปรุงกรรมวิธีมานานกว่าพันปี ตั้งแต่สายพันธุ์ต้นชา มาตรฐานการเก็บยอด ไปจนถึงกรรมวิธีแปรรูป ล้วนพัฒนาไปถึงขีดสุดแล้ว
ส่วนชาจิ้งซานของแคว้นต้าฉียังคงเป็นสายพันธุ์พื้นเมืองดั้งเดิม แม้รสชาติจะมีเอกลักษณ์ ทว่าความบริสุทธิ์ของกลิ่นหอมและรสสัมผัสยังห่างชั้นจากชาชั้นดีในยุคปัจจุบันอยู่ไม่น้อย
