ฮ่องเต้ทรงเรียกเหล่าขุนนางคนสำคัญเข้าหารือราชกิจติดต่อกันหลายวัน ทั้งยังมีรับสั่งเข้มงวดให้กรมอาญาและกองรักษาการณ์เขตเมืองหลวงออกค้นหาสายลับเป่ยเยี่ยนที่แฝงตัวอยู่ทั่วทั้งเมือง
ชั่วขณะนั้น เมืองหลินอันเต็มไปด้วยความตื่นตระหนก ประตูเมืองทุกแห่งถูกตรวจตราอย่างเข้มงวด โรงเตี๊ยม ร้านค้า และคลังสินค้าล้วนถูกค้นทีละหลัง พ่อค้าที่พูดสำเนียงคนแดนเหนือถูกลากตัวไปสอบปากคำที่ว่าการทั้งหมด
ทั่วทั้งเมืองหลวงโกลาหลวุ่นวาย ทว่าแม้จะค้นกันอยู่หลายวัน ก็กลับจับสายลับเป่ยเยี่ยนได้เพียงคนเดียว ไม่มีคนที่สองอีกเลย
ดูท่าคนสองคนนั้นคงลงมือกันเอง เบื้องหลังอาจมีเครือข่ายใหญ่กว่านั้น ทว่าเมื่อเบาะแสขาดลง การสืบสวนต่อก็ทำไม่ได้
พระทัยของฮ่องเต้ทรงจดจ่ออยู่กับความปลอดภัยของเมล็ดพันธุ์ธัญพืชให้ผลผลิตสูง ส่วนเรื่องที่เฉินเส้าอันกับหลิ่วหยาถูกลักพาตัว พระองค์ตรัสถามอยู่ไม่กี่คำตั้งแต่แรก พอทรงทราบว่าทั้งคู่ปลอดภัยดี ก็ไม่ได้ซักถามต่อ
ในพระเนตร สิ่งสำคัญคือเมล็ดพันธุ์ไม่สูญหาย และแผนการของชาวเป่ยเยี่ยนไม่สำเร็จ ส่วนเฉินเส้าอันกับหลิ่วหยาจะตกใจกลัวเพียงใด ล้วนเป็นเรื่องเล็กน้อย
หลังทรงฟังรายงานจบ พระองค์ถึงกับตรัสทิ้งท้ายว่า
“ดีที่คนไม่เป็นไร เมล็ดพันธุ์ก็ไม่สูญหาย เรื่องนี้ให้ยุติลงเพียงเท่านี้”
แต่ฮองเฮากลับไม่เหมือนกัน
ทันทีที่ทรงทราบเรื่อง ฮองเฮาก็รับสั่งให้เรียกหลิ่วหยาเข้าพบ
หลิ่วหยาก้าวเข้าประตูมาก็เห็นฮองเฮาประทับอยู่บนตั่งนุ่ม พระหัตถ์ทรงประคองถ้วยชา พระพักตร์อ่อนโยนเจือความห่วงใยอยู่หลายส่วน
