เฉินเส้าอันกล่าวขอบคุณทีละคน ก่อนจะรีบเชื้อเชิญแขกผู้มีเกียรติทั้งสี่เข้าไปในลานบ้าน
หงเป่ากำลังจะเดินเข้าไป ทว่าพอสายตากวาดไปเห็นหลิ่วหยาที่ยืนอยู่ข้างเฉินเส้าอัน เขาก็ชะงักฝีเท้า เลิกคิ้วขึ้น ก่อนจะฉีกยิ้มเอ่ยว่า
“อ้าว? คุณหนูหลิ่วหยาก็อยู่ด้วยหรือ? นี่ยังไม่ทันเข้าบ้านก็เริ่มช่วยดูแลเรือนแล้วหรือ?”
ใบหน้าหลิ่วหยาขึ้นสีแดงระเรื่อ นางยังคิดไม่ออกว่าจะตอบอย่างไร หงเป่าก็หัวเราะเสียงดังแล้วก้าวข้ามธรณีประตูเข้าไปเสียก่อน
จูต้าฉางเดินตามหลังมา สายตากวาดมองเฉินเส้าอันกับหลิ่วหยาไปมา ก่อนจะหัวเราะหึ ๆ แล้วจงใจลากเสียงกล่าวว่า
“อุ๊ย น้องเฉิน ข้าไม่คิดเลยว่าคุณหนูหลิ่วหยาจะอยู่ด้วย ขอให้พวกเจ้าได้อุ้มลูกไว ๆ นะ”
หลิ่วหยายังไม่ทันได้เอ่ยปาก ก็ทนอยู่ต่อไม่ไหวเสียแล้ว นางกระทืบเท้า ยกมือปิดหน้าแล้วหมุนกายวิ่งเข้าไปในลานบ้าน ไม่กล้าหันกลับมามองแม้แต่น้อย
หงเป่าโผล่หน้าออกมาจากลานบ้าน ตะโกนใส่จูต้าฉางว่า
“พูดเร็วเกินไปแล้ว! ใครเขาพูดเรื่องแบบนี้ตั้งแต่แรกกัน? ทำเอาคนหนีไปแล้ว ประเดี๋ยวน้องเฉินได้คิดบัญชีกับเจ้าแน่”
จูต้าฉางหัวเราะหึ ๆ พลางโบกมืออย่างไม่ยี่หระ
“ไม่เร็ว ไม่เร็วเสียหน่อย! ไม่แน่ว่าน้องเฉินอาจคว้าตัวนางมาได้แล้วก็เป็นได้ ข้าแค่กล่าวแสดงความยินดีล่วงหน้า”
เฉินเส้าอันทั้งโมโหทั้งขบขัน ยกเท้าเตะก้นจูต้าฉางเบา ๆ ทีหนึ่ง
“รีบเข้าไปนั่งรอกินได้แล้ว อย่ามาพูดจาเหลวไหลอยู่ตรงนี้”
จูต้าฉางถูกเตะไปทีก็ไม่โกรธ ยิ้มแฉ่งพลางตบฝุ่นตรงรอยเท้าบนก้น ก่อนเดินอาด ๆ เข้าไปในลานบ้าน
แขกที่ทยอยมาถึงหลังจากนั้นมีไม่ขาดสาย ล้วนเป็นแม่ทัพที่คุ้นเคยกันในกองทหารอวี่หลิน รวมแล้วมีมากกว่ายี่สิบคน จัดโต๊ะสองตัวในลานบ้านให้นั่งกัน
