เฉินเส้าอันหัวเราะหึ ๆ ไม่ได้บังคับให้นางทำตาม เขาลุกขึ้นยืน แล้วชี้ไปยังเครื่องนอนบนเตียง
“เจ้าลองดูเครื่องนอนนี่สิ”
คราวนี้หลิ่วหยาจึงสังเกตเห็นเครื่องนอนที่ปูอยู่บนเตียง
เครื่องนอนชุดนั้นเป็นสีขาวนวลจันทร์ เนื้อผ้าเรียบลื่นละเอียดอ่อน เปล่งประกายมุกนวลตา เมื่อสัมผัสให้ความรู้สึกอุ่นนุ่มปนเย็นเล็กน้อย บนผืนผ้าปักลายกล้วยไม้สีอ่อนหลายกิ่ง ฝีเข็มประณีตถี่แน่น สีสันเรียบงามไม่ฉูดฉาด
นางอดยื่นมือไปลูบไม่ได้ สัมผัสนุ่มนวลทำให้นางร้อง “อ๊ะ” เบา ๆ อย่างอดไม่ได้
“นี่เป็นผ้าชนิดใด เหตุใดจึงนุ่มและลื่นเช่นนี้ ข้าไม่เคยเห็นมาก่อนเลย”
เฉินเส้าอันแต่งคำอธิบายขึ้นมาส่ง ๆ “ข้าใช้เงินก้อนโตเชิญช่างทอจากเจียงหนานมาทำขึ้นเป็นพิเศษ แม้แต่รูปแบบก็เป็นข้าออกแบบเอง”
“ใช้วิธีทอผ้าชนิดหนึ่งที่ถ่ายทอดมาจากต่างแดน ผ้าที่ทอออกมาจึงนุ่มลื่นเป็นพิเศษ ห่มแนบกายแล้วสบายยิ่งนัก”
หลิ่วหยาลูบผ้าห่มนุ่มนิ่ม ใจหนึ่งก็ชอบ อีกใจก็อดอิจฉาไม่ได้
นางกวาดตามองไปรอบห้อง สายตาพลันถูกตู้เสื้อผ้าทรงสูงหลายใบที่ตั้งชิดผนังดึงดูดไว้
ตู้เหล่านั้นแตกต่างจากตู้เสื้อผ้าทุกใบที่นางเคยเห็นโดยสิ้นเชิง
ตู้ตรงหน้าสูงเกินเจ็ดฉื่อ บานตู้เรียบเกลี้ยง ไม่มีลวดลายแกะสลักเกินจำเป็น มีเพียงแถบทองแดงเรียวยาวประดับอยู่ตรงขอบบาน ดูเรียบง่ายแต่สง่างาม
เมื่อเฉินเส้าอันเห็นนางจ้องตู้เสื้อผ้า เขาจึงเดินเข้าไปแล้วเลื่อนบานตู้บานหนึ่งออก หลิ่วหยาพบด้วยความประหลาดใจว่าบานตู้กลับเลื่อนไปมาได้
หลิ่วหยาโน้มตัวเข้าไปใกล้ ภาพที่เห็นตรงหน้าทำให้นางสูดลมหายใจเบา ๆ อย่างอดไม่ได้
