“ไม่ลำบากเลย ไม่ลำบากเลย ข้าสามารถทำตู้เช่นนี้ได้ นับเป็นวาสนาของข้าแล้ว”
โจวเฉวียนรีบโบกมือ ทว่าบนใบหน้ากลับปิดบังความภาคภูมิใจไว้ไม่มิด
“ท่านไม่รู้หรอก เพื่อนเก่าทั้งสามคนของข้าเห็นตู้นี้แล้วตาแทบถลน พากันตามถามว่าบานพับนี้มาจากที่ใด ข้าไม่กล้าพูดอะไรมาก จึงบอกไปเพียงว่าเป็นของที่นายท่านนำมา”
เฉินเส้าอันยิ้มน้อย ๆ มิได้ตอบ หากยกถุงผ้าที่วางอยู่ข้างเท้าขึ้นมาวางบนโต๊ะ แก้ปากถุงออก เผยให้เห็นสิ่งของข้างใน
โจวเฉวียนขยับเข้ามาดูด้วยความอยากรู้อยากเห็น มองชิ้นส่วนโลหะที่แวววาวอยู่ภายใน
มีทั้งเพลาเหล็กยาวสั้นไม่เท่ากัน เฟืองขนาดใหญ่เล็กต่างกัน และโซ่เหล็กเป็นวงที่มีรูเล็ก ๆ เรียงรายแน่นขนัด
“นายท่าน นี่คือ...” โจวเฉวียนหยิบเฟืองชิ้นหนึ่งขึ้นมาพลิกดูไปมา จากนั้นจึงหยิบโซ่เหล็กขึ้นมาดึงดู รู้สึกว่ามันแข็งแรงผิดธรรมดา จึงอดแสดงสีหน้าฉงนไม่ได้
เฉินเส้าอันหยิบเฟืองใหญ่กับเฟืองเล็กขึ้นมา ให้โจวเฉวียนยึดเฟืองทั้งสองเข้ากับแผ่นไม้เป็นการชั่วคราว จากนั้นนำโซ่มาคล้องเฟืองทั้งคู่ แล้วใช้มือหมุนเฟืองใหญ่ เฟืองเล็กก็หมุนตามอย่างรวดเร็ว
“สิ่งนี้เรียกว่าโซ่ ส่วนสิ่งนี้เรียกว่าเฟือง” เฉินเส้าอันอธิบายพลางสาธิตให้ดู
“ดูสิ เฟืองใหญ่หมุนหนึ่งรอบ เฟืองเล็กก็หมุนได้หลายรอบ นี่คือการเพิ่มความเร็วเป็นเท่าตัว หากติดแป้นเหยียบเข้ากับเฟืองใหญ่ แล้วใช้เท้าเหยียบ เฟืองเล็กอีกด้านก็จะหมุนเร็วขึ้นมาก”
โจวเฉวียนมองเฟืองทั้งสองหมุนอย่างราบรื่นตามแรงของโซ่ ดวงตาเบิกกว้างขึ้นเรื่อย ๆ อดไม่ได้ที่จะยื่นมือไปลูบรูเล็ก ๆ ซึ่งเรียงเป็นระเบียบบนโซ่ พลางส่งเสียงชื่นชมไม่ขาดปาก
