เสิ่นอวิ๋นเหนียงมองความแตกต่างระหว่างของทั้งสองอย่าง สีหน้าหม่นหมองยิ่งกว่าเดิม
“ดูท่าฝีมือของพวกเราคงยังไม่ดีพอ เมื่อเทียบกับตัวอย่างที่พ่อครัวหลวงเฉินนำมาแล้ว ห่างชั้นกันมากนัก”
ซู่เหมยกับเฉี่ยวหลานเข้ามาดูด้วย ทั้งสองต่างเงียบงัน สีหน้าเต็มไปด้วยความหดหู่
เฉินเส้าอันเห็นเช่นนั้น กลับยิ้มพลางโบกมือ
“พี่หญิงทั้งสามไม่ต้องโทษตัวเอง เรื่องนี้ไม่ใช่เพราะฝีมือของพวกท่านหรอก ขั้นตอนจัดการขนอ่อนเป็ดนี้ยังมีขั้นสุดท้ายที่สำคัญที่สุด ซึ่งข้ายังไม่ได้บอกพวกท่าน”
เสิ่นอวิ๋นเหนียงชะงัก “ขั้นตอนสุดท้ายหรือ?”
เฉินเส้าอันพยักหน้า สีหน้าจริงจังขึ้น
“พี่หญิงอวิ๋นเหนียง มิใช่ว่าข้าไม่ไว้ใจพวกท่าน แต่ขั้นตอนสุดท้ายนี้เป็นความลับสำคัญของวิชาที่สืบทอดกันมา เพื่อรักษาวิชานี้ไว้ ข้าจำต้องลงมือทำด้วยตนเอง ขอพี่หญิงทั้งสามโปรดอภัยให้ด้วย”
เสิ่นอวิ๋นเหนียงได้ยินดังนั้นก็ชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะแสดงสีหน้าเข้าใจ
นางพยักหน้า กล่าวอย่างหนักแน่นว่า
“พ่อครัวหลวงเฉินกล่าวเกินไปแล้ว วิชาสืบทอดเฉพาะตัวย่อมต้องเก็บเป็นความลับ ท่านยอมสอนขั้นตอนก่อนหน้านี้ให้พวกเรา ก็นับเป็นความไว้วางใจยิ่งใหญ่แล้ว ส่วนขั้นตอนสุดท้ายนี้ ท่านลงมือเองเถิด พวกเราจะไม่แอบดูเด็ดขาด”
ซู่เหมยกับเฉี่ยวหลานพยักหน้าคล้อยตามอย่างรวดเร็ว
เฉินเส้าอันประสานมือคารวะพวกนาง “ขอบคุณพี่หญิงทั้งสามที่เข้าใจ”
เขาหันไปมองหลิ่วหยา “หลิ่วหยา มาช่วยข้าหน่อย”
หลิ่วหยาชะงักเล็กน้อย ก่อนจะเข้าใจเจตนาของเขา
เขาคงจะขอให้เทพเตาไฟช่วยแล้ว
