หลังกลับจากจุดธูปที่วัดเป่าฮวา ไทเฮาก็เอ่ยชมอาหารเจฝีมือเฉินเส้าอันไม่ขาดปาก
ติดต่อกันหลายวัน มื้อเย็นของตำหนักฉือหนิงล้วนระบุให้เฉินเส้าอันเป็นผู้ปรุง และแน่นอนว่าทุกจานต้องเป็นอาหารเจ
เฉินเส้าอันไม่ทำให้ผิดหวัง เขารังสรรค์อาหารสารพัดรูปแบบ ทุกจานล้วนทำให้ไทเฮาเสวยอย่างสำราญจนแย้มพระสรวล
ถึงขั้นที่ไทเฮาเอ่ยชมต่อหน้าฮ่องเต้ว่า
“อาหารเจที่พ่อครัวหลวงเฉินทำ อร่อยกว่าอาหารเจที่อัยเจียเสวยมาสิบกว่าปีเสียอีก เด็กคนนี้ตั้งใจปรุงอาหาร อัยเจชอบเขามาก”
ข่าวแพร่ไปทั่ววังหลังอย่างรวดเร็ว
เหล่าพระสนมต่างซุบซิบกันเป็นการส่วนตัว ว่าพ่อครัวหลวงเฉินได้รับความโปรดปรานจากไทเฮา ภายหน้าคงมีอนาคตไกล
เมื่อถ้อยคำนี้แพร่ไปถึงห้องเครื่องหลวง สีหน้าของกงกงจินกับจ้าวโส่วหลี่ก็ไม่น่าดูนัก
ที่ทำให้ทั้งสองนั่งไม่ติดยิ่งกว่าคือ กระแสนี้ยังพัดออกไปนอกวังด้วย
ในโรงน้ำชาและโรงสุราแห่งเมืองหลินอัน ไม่รู้ว่าเริ่มจากที่ใด จู่ ๆ ก็มีข่าวลือแพร่สะพัดว่า “ห้องเครื่องหลวงมีพ่อครัวหลวงเฉินผู้มีฝีมือผัดอาหารเป็นเลิศ” ยิ่งเล่าก็ยิ่งพิสดาร
มีข่าวลือว่าอาหารผัดฝีมือพ่อครัวหลวงหลิ่ว ผู้มาจากในวังและอยู่ที่หอสุราเมามายเซียนนั้นเลื่องลือไปทั่วหลินอัน ทว่าเมื่ออยู่ต่อหน้าพ่อครัวหลวงเฉิน กลับไม่คู่ควรแม้แต่จะยกเกือกให้ การประลองที่หอสุราเมามายเซียน พ่อครัวหลวงหลิ่วพ่ายแพ้อย่างหมดใจ มีคนเห็นเหตุการณ์ไม่น้อย เรื่องนี้ย่อมมิใช่เรื่องเท็จ
ผู้คนจึงพากันยกย่องพ่อครัวหลวงเฉินผู้ลึกลับผู้นี้อย่างเกินจริง ถึงขั้นมีคนกล่าวว่าไม่ช้าก็เร็วเขาจะได้เป็นผู้ดูแลห้องเครื่องหลวง
