“ไปเรียกเฉินเส้าอันมาเข้าเฝ้า” ฮ่องเต้รับสั่ง
ไม่นาน เฉินเส้าอันก็ถูกนำตัวมายังห้องทรงพระอักษร
“เราได้ยินมาว่าเตาถ่านเป็นผลงานของเจ้า?” ฮ่องเต้ตรัสถามตรงประเด็น
“ทูลฝ่าบาท แบบเตาถ่านนั้นกระหม่อมศึกษาวิธีการบางอย่างจากแดนโพ้นทะเล แล้วนำมาปรับปรุงให้เหมาะกับสภาพความเป็นจริงของแคว้นต้าฉีพ่ะย่ะค่ะ” เฉินเส้าอันตอบอย่างไม่ถ่อมตนจนเกินไปและไม่โอหังจนเกินควร
“กระหม่อมร่วมมือกับพ่อลูกตระกูลหงสร้างเตาและคิดวิธีผลิตก้อนถ่านอัด ส่วนถ่านหินมาจากอำเภอผิงเซียงในเจียงหนานตะวันตก ตระกูลหงส่งคนไปขุด แล้วขนส่งทางน้ำมาถึงหลินอันพ่ะย่ะค่ะ”
ฮ่องเต้เอนพระวรกายพิงพนักเก้าอี้ สายพระเนตรจับจ้องเฉินเส้าอัน ก่อนตรัสถามช้า ๆ ว่า “เราได้ยินมาอีกว่า เจ้าใช้เตาถ่านนี้มาครึ่งเดือนแล้ว?”
เฉินเส้าอันชะงักไปเล็กน้อย ก่อนตอบอย่างตรงไปตรงมาว่า “ทูลฝ่าบาท ตอนแรกกระหม่อมทดลองใช้ที่เตาของตนในห้องเครื่องหลวง ต่อมามีคนในวังไม่น้อยเห็นว่าใช้งานดี จึงมาขอไปใช้กันเอง ครั้นเวลาผ่านไป ทั้งวังก็ใช้เตาถ่านกันหมดพ่ะย่ะค่ะ”
ฮ่องเต้ฟังจบก็ไม่ได้ตรัสว่ากระไร ก่อนหันไปทางอัครมหาเสนาบดีเหยียนที่ยืนอยู่ข้าง ๆ “ท่านอัครมหาเสนาบดี เมื่อครู่ท่านกล่าวว่าสิ่งนี้ช่วยบรรเทาปัญหาฟืนขาดแคลนในเมืองหลินอันได้หรือ?”
อัครมหาเสนาบดีเหยียนก้าวออกมาหนึ่งก้าว หยิบสมุดบัญชีเล่มหนึ่งออกจากแขนเสื้อ แล้วประคองถวายด้วยสองมือ
“ฝ่าบาท เมื่อครู่กระหม่อมไปตรวจสอบค่าใช้จ่ายถ่านของแต่ละตำหนักในกรมพระคลังมาพ่ะย่ะค่ะ”
“หลังห้องเครื่องหลวงเปลี่ยนมาใช้เตาถ่าน ค่าใช้จ่ายถ่านลดลงหกส่วน ห้องชงชาลดลงเจ็ดส่วน ส่วนห้องต้มยาในสำนักหมอหลวงลดลงห้าส่วนพ่ะย่ะค่ะ”
