ไทเฮาทรงยื่นพระหัตถ์ออกไป หยุดค้างห่างจากเตาถ่านราวหนึ่งฉื่อ เพื่อสัมผัสไออุ่นอ่อนโยนที่แผ่ซ่านอย่างต่อเนื่อง ก่อนจะพยักพระพักตร์ช้า ๆ “ของดี”
นางหันไปทอดพระเนตรฮองเฮา “ฮองเฮา ลองดูด้วยหรือไม่?”
ฮองเฮาแย้มพระสรวลพลางพยักหน้า “หม่อมฉันก็กำลังคิดเช่นนั้นเพคะ หากไทเฮาทรงเห็นว่าดี หม่อมฉันจะให้กรมพระคลังจัดเตรียมไว้ถวายสักหลายเตา”
ไทเฮาทรงโบกพระหัตถ์ น้ำเสียงแฝงความสนพระทัยอยู่หลายส่วนซึ่งหาได้ยาก “ไม่ต้องรอวันหลัง วันนี้ติดตั้งให้ข้าเลย กระถางถ่านนี้เผามานานหลายปี ข้าเบื่อเต็มทีแล้ว”
ยามพลบค่ำวันนั้น กระถางถ่านสี่ใบในตำหนักฉือหนิงถูกรื้อออกไปสามใบ แล้วแทนที่ด้วยเตาถ่านใหม่เอี่ยมสองเตา ปล่องควันทอดยาวเลียบกำแพงออกไปนอกหน้าต่าง
ไทเฮาประทับบนตั่งอุ่น มีผ้าห่มบางคลุมพระชานุ พระหัตถ์ถือม้วนตำรา อุณหภูมิในห้องกำลังพอเหมาะ ไม่หนาวไม่แห้งสบายจนทำให้นางอดทอดถอนพระทัยยาว ๆ ไม่ได้
“ฤดูหนาวปีนี้ ในที่สุดก็จะผ่านไปอย่างสบายขึ้นเสียที” ไทเฮาพึมพำกับพระองค์เอง มุมพระโอษฐ์เผยรอยแย้มสรวลหาได้ยาก
ขณะเดียวกัน ภายในตำหนักของฮองเฮาก็กำลังเร่งติดตั้งเตาถ่านอย่างแข็งขัน
ฮองเฮาประทับยืนอยู่หน้าต่าง ทอดพระเนตรเหล่าช่างที่กำลังง่วนอยู่กับงาน ก่อนจะหันไปตรัสกับหลิ่วหยาว่า
“ไปบอกกรมพระคลัง ให้แต่ละตำหนักและเรือนนับจำนวนเตาถ่านที่ต้องการ แล้วรวบรวมรายงานขึ้นมา ฤดูหนาวปีนี้ ทุกแห่งในวังจะเปลี่ยนมาใช้เตาถ่านทั้งหมด”
เมื่อข่าวแพร่ออกไปนอกวัง ชาวเมืองหลินอันก็คลายความกังวลในใจลงได้อย่างสิ้นเชิง ขนาดไทเฮากับฮองเฮายังทรงใช้เตาถ่าน แล้วผู้ใดยังกล้าพูดอีกว่าถ่านหินมีพิษ?
