องค์หญิงเล่อหนิงเขย่งปลายเท้า โน้มตัวเข้ามาดู ก่อนถามด้วยแววตาออดอ้อนว่า
“พ่อครัวหลวงเฉิน ข้าวโพดนี่...กินได้หรือไม่?”
“ได้แน่นอน” เฉินเส้าอันยิ้มกล่าว “วันนี้พวกเราจะย่างข้าวโพดกินกัน”
“ข้าวโพดย่างหรือ?”
เดิมทีหงเป่ากำลังนั่งยองดื่มน้ำอยู่ข้างคันนา พอได้ยินเช่นนั้นก็ลุกพรวดขึ้นทันที ดวงตาเป็นประกาย
“ข้าวโพดย่างดีนัก! เรื่องย่างของกินข้าถนัด ข้าจะให้คนไปก่อไฟเดี๋ยวนี้”
เฉินเส้าอันหันไปกล่าวกับเฒ่าจางว่า
“ท่านผู้เฒ่า ข้าวโพดพวกนี้สุกงอมแล้ว เก็บเกี่ยวได้แล้ว จัดคนเก็บข้าวโพดเถิด”
เฒ่าจางพยักหน้ารัว ใบหน้าเต็มไปด้วยความยินดี
“เตรียมคนไว้เรียบร้อยแล้ว รอเพียงท่านเอ่ยปากเท่านั้น”
เขาพูดพลางกวักมือเรียกคนที่อยู่ไกลออกไป เห็นชาวไร่ชายหญิงยี่สิบสามสิบคนถือกระบุงและสะพายตะกร้าหลัง กรูเข้าไปในไร่ข้าวโพด เริ่มหักฝักข้าวโพดกันทันที
ชั่วขณะนั้น ทั่วท้องทุ่งมีแต่เสียงหักข้าวโพดดังกร๊อบแกร๊บ คลอไปกับเสียงพูดคุยหัวเราะของชาวไร่ บรรยากาศคึกคักยิ่งนัก
ส่วนเฉินเส้าอันเลือกข้าวโพดที่มีรูปร่างงดงามที่สุดมาสิบกว่าฝัก ลอกใบหุ้มชั้นนอกออก เหลือไว้เพียงใบอ่อนบาง ๆ ชั้นในสุด จากนั้นก็หอบไปยังที่ว่างบริเวณหัวไร่
หงเป่าพาทหารคุ้มกันสองสามคนไปเก็บฟืนแห้งกับหญ้าแห้งมาแล้ว พวกเขาก่อกองไฟขึ้นอย่างคล่องแคล่ว
เปลวไฟสีส้มแดงลุกไหม้ดังเป๊าะแป๊ะ ควันลอยเอื่อยขึ้นสู่ฟ้า มีกลิ่นหอมเฉพาะของพืชพรรณที่กำลังไหม้
