ทุกคนนั่งล้อมวงอยู่ข้างกองไฟ พลางพลิกข้าวโพดปิ้งในมือไปมา พลางฟังเฉินเส้าอันเล่าถึงวิธีกินข้าวโพดสารพัดแบบ
“ข้าวโพดไม่ได้มีแค่เอาไปปิ้งกินเท่านั้น”
เฉินเส้าอันแกะเมล็ดข้าวโพดสีทองเมล็ดหนึ่งออกมา วางไว้บนฝ่ามือ แล้วส่งสัญญาณให้ทุกคนดู
“บดเมล็ดข้าวโพดให้เป็นผง แล้วนำไปต้มเป็นโจ๊กข้าวโพด รสหวานหอม กินแล้วอุ่นท้อง หรือจะผสมกับแป้งสาลีทำเป็นแผ่นแป้งข้าวโพดก็ได้ ด้านนอกกรอบ ด้านในนุ่ม รสชาติไม่เหมือนใคร”
“ถ้าหั่นข้าวโพดทั้งฝักเป็นท่อน แล้วนำไปตุ๋นกับซี่โครงหมูหรือน้ำแกงไก่ น้ำแกงจะมีรสหวานสดชื่นเพิ่มขึ้นอีก ทั้งท่อนข้าวโพดยังซึมซับน้ำแกงเนื้อไว้จนชุ่ม อร่อยยิ่งกว่าเนื้อเสียอีก”
องค์หญิงเล่อหนิงฟังจนดวงตาเป็นประกาย มุมปากมีน้ำลายใสวาวหยดหนึ่ง นางอดใจไม่ไหวจึงดึงแขนเสื้อเฉินเส้าอันเบา ๆ
“พ่อครัวหลวงเฉิน กลับวังแล้วต้องทำให้ข้ากินนะ ข้าอยากดื่มโจ๊กข้าวโพด อยากกินแผ่นแป้งข้าวโพด แล้วยังอยากกินข้าวโพดตุ๋นด้วย!”
เฉินเส้าอันยิ้มพลางพยักหน้ารัว “ได้ ๆ กลับถึงวังแล้วข้าจะทำถวายองค์หญิง”
หงเป่าที่นั่งฟังอยู่ด้านข้างก็ตาเป็นประกายเช่นกัน เขาถูมือไปมา พลางหัวเราะคิกคัก
“ของดีเช่นนี้ปลูกได้จากไร่นาของบ้านข้า ต่อไปอยากกินเท่าไรก็มีให้กิน คิดแล้วช่างสุขใจจริง ๆ”
หลิ่วหยานั่งอยู่ข้างกองไฟ มือประคองข้าวโพดปิ้งที่แทะไปได้ครึ่งฝัก ทว่าสายตากลับเหลือบมองเฉินเส้าอันอยู่เป็นระยะ
นางมองเขาพูดจาฉะฉาน ยามเล่าถึงวิธีกินข้าวโพดก็ออกท่าทางตื่นเต้นเป็นพิเศษ ครั้นองค์รัชทายาทซักถามก็ยังวางตัวสงบนิ่ง ไม่ย่อท้อ ส่วนตอนหงเป่าตบไหล่เอ่ยชม เขาก็เพียงยิ้มถ่อมตนพร้อมโบกมือปฏิเสธ
