ห้าวันต่อมา เฉินเส้าอันไปรับโจวเฉวียนที่ตรอกชิงหนิง จ้างรถม้าคันหนึ่ง แล้วนำแว่นตากรอบดำที่เร่งทำเสร็จแปดอันออกมา ก่อนเริ่มส่งของไปตามบ้านทีละหลัง
จุดหมายแรกคือจวนของหวังหลุน เสนาบดีกระทรวงขุนนาง
หลังคนเฝ้าประตูเข้าไปรายงาน หวังหลุนก็ออกมาต้อนรับด้วยตนเอง เห็นได้ชัดว่าเขารอจนแทบอดใจไม่ไหวแล้ว
เฉินเส้าอันประสานมือคำนับ หยิบแว่นตาคู่ใหม่เอี่ยมออกจากกล่อง แล้วยื่นให้ด้วยสองมือ “ใต้เท้าหวัง แว่นตาทำเสร็จแล้ว เชิญท่านลองสวมดูขอรับ”
หวังหลุนรับแว่นตามา แล้วรีบสวมลงบนดั้งจมูก เขาก้มมองเอกสารในมือ ก่อนเงยหน้ากวาดตามองรอบด้าน ใบหน้าปรากฏรอยยิ้มพึงพอใจ
“ไม่เลว มองเห็นชัดเจน ชัดเจนเหมือนคราวที่ลองสวมวันนั้น”
ทว่าเขาส่ายหน้าเบา ๆ แล้วเอื้อมมือดันขาแว่นขึ้น คิ้วขมวดเล็กน้อย “อืม...เพียงแต่รู้สึกว่ามันหลวมไปหน่อย มักจะไหลลงมาอยู่เรื่อย”
เฉินเส้าอันยิ้มน้อย ๆ แล้วเบี่ยงตัวเปิดทางให้โจวเฉวียนที่ยืนอยู่ด้านหลัง
“ใต้เท้าหวัง ท่านผู้นี้เป็นช่างฝีมือในจวนข้า ให้เขาช่วยปรับขาแว่นให้ท่านสักหน่อย รับรองว่าสวมแล้วสบายพอดี”
โจวเฉวียนก้าวไปข้างหน้า หยิบชุดเครื่องมือซ่อมแว่นตาออกจากอกเสื้อ
เขาย่อตัวลงตรงหน้าหวังหลุน แล้วปรับตรงจุดเชื่อมระหว่างขาแว่นกับกรอบแว่นอย่างชำนาญอยู่สองสามครั้ง จากนั้นดัดส่วนโค้งของขาแว่นให้เข้าด้านในเล็กน้อย ก่อนใช้ผ้านุ่มเช็ดเลนส์ แล้วจึงลุกขึ้นยืน
“ใต้เท้าหวัง เชิญลองอีกครั้งขอรับ”
หวังหลุนสวมแว่นตาอีกครั้ง ส่ายหน้าเบา ๆ แล้วดันกรอบแว่นขึ้น
ไม่หลวมหรือคับจนเกินไป พอดีเหมาะเจาะ วางอยู่บนดั้งจมูกอย่างมั่นคง ราวกับทำขึ้นมาเพื่อเขาโดยเฉพาะ เขาพยักหน้าด้วยความพึงพอใจ
“ดี! คราวนี้สบายขึ้นแล้ว พ่อครัวหลวงเฉิน ช่างโจวผู้นี้ฝีมือไม่เลวเลย”
