หลิ่วซานเว่ยเปลี่ยนมาสวมเสื้อผ้าผ้าฝ้ายสีเทาหม่น ใบหน้าครอบหมวกงอบ ก่อนลอบออกจากประตูหลังหอสุราเมามายเซียน แล้วพุ่งเข้าไปในฝูงชนบนถนน
เขาเดินวกวนไปมาตามตรอกซอกซอย จงใจอ้อมผ่านทางแยกหลายแห่งที่มีโอกาสพบคนคุ้นเคยได้ง่าย สุดท้ายจึงเลี้ยวเข้าไปในตรอกเยียนจือทางใต้ของเมือง
เมื่อมาถึงปากตรอก เขาหยุดชะงัก กวาดตามองซ้ายขวา เมื่อแน่ใจว่าไม่มีใครตามมา จึงเร่งฝีเท้าเลี้ยวเข้าร้านของชำสกุลจ้าว
ภายในร้าน เถ้าแก่เนี้ยสกุลจ้าวนั่งหาวอยู่หลังโต๊ะคิดเงิน พลางเคาะนิ้วลงบนโต๊ะอย่างเบื่อหน่าย พอเห็นคนเข้ามา นางก็รีบยิ้มต้อนรับทันที
“ท่านลูกค้าต้องการสิ่งใดหรือ แป้งชาดเครื่องประทินโฉม หรือเข็มด้ายของใช้จิปาถะ?”
นางยังอยู่ที่นี่
จุดติดต่อลับของเป่ยเยี่ยนยังคงอยู่จริง ๆ
ดูท่าสายสัมพันธ์คงไม่ขาดลงเพราะสายลับสองคนนั้นตาย ชาวเป่ยเยี่ยนมีฝีมืออยู่ไม่น้อย
หลิ่วซานเว่ยเดินไปหน้าโต๊ะ หยิบตลับแป้งชาดขึ้นมาเปิดฝาดม จากนั้นวางลงแล้วเปลี่ยนไปหยิบอีกตลับ พลิกดูไปมาในมือ ก่อนถามขึ้นอย่างไม่ใส่ใจว่า
“เถ้าแก่เนี้ย แป้งชาดที่ร้านของท่าน สีสวยสดหรือไม่?”
เถ้าแก่เนี้ยสกุลจ้าวยิ้มแย้มตอบ “ท่านลูกค้าวางใจได้ ของในร้านล้วนนำเข้าจากซูโจว เป็นสินค้าชั้นดีทั้งสิ้น สีสันสดสวยยิ่ง หากไม่วางใจ ท่านจะลองแตะดูสักหน่อยก็ได้”
หลิ่วซานเว่ยพยักหน้า หยิบตลับแป้งชาดขึ้นมาเล่นในมืออีกครั้ง ริมฝีปากแทบไม่ขยับ เสียงเบาหวิวจนแทบไม่ได้ยิน ดังพอให้คนหลังโต๊ะคิดเงินได้ยินเท่านั้น
