สองวันต่อมา ฟ้ายังไม่ทันสว่างดี จวนเกษตรตระกูลหงก็เริ่มวุ่นวายขึ้นแล้ว
วันนี้เป็นวันสำคัญที่ฮ่องเต้จะเสด็จมาเก็บมันเทศด้วยพระองค์เอง ทั้งภายในและภายนอกจวนเกษตรล้วนจัดเตรียมไว้อย่างเรียบร้อยตั้งแต่เนิ่น ๆ
คบเพลิงบนรั้วเปลี่ยนเป็นอันใหม่ทั้งหมด ทุกระยะสามก้าวจะปักธงมังกรสีเหลืองสว่างไว้ผืนหนึ่ง พอลมยามเช้าพัด ธงก็สะบัดส่งเสียงพรึ่บพรับต่อเนื่องกัน
คันนาถูกโรยด้วยดินเหลืองชั้นหนึ่ง ทั้งยังพรมน้ำสะอาดไว้กดฝุ่น เมื่อเดินไปจึงไม่มีฝุ่นฟุ้งขึ้นมาแม้แต่น้อย
รอบแปลงมันเทศขึงเชือกกั้นเป็นทางเสด็จสำหรับฮ่องเต้และขุนนางที่ตามเสด็จเท่านั้น ข้างทางยังปักธงเล็กไว้เป็นเครื่องหมาย
หงฝูพาหงเป่ามารออยู่หน้าประตูตั้งแต่เช้าตรู่ ตรวจตราไปมาหลายรอบ เกรงว่าจะมีสิ่งใดผิดพลาด
พอพ้นยามเฉินมาไม่นาน เสียงกีบม้าและกระดิ่งขบวนเสด็จก็ดังมาจากที่ไกล ๆ
ขบวนองครักษ์เกราะทองนำหน้า ตามด้วยราชรถสีเหลืองสว่าง จากนั้นจึงเป็นรถม้าของฮองเฮา องค์รัชทายาท และพระสนมเอก ถัดไปเป็นรถม้ากับเกี้ยวของเหล่าขุนนาง ขบวนยิ่งใหญ่ทอดยาวออกไปกว่าครึ่งลี้
ขบวนหยุดลงหน้าประตูจวนเกษตร เหล่าองครักษ์พลันแยกย้ายกันออกไปยึดจุดสำคัญทุกแห่ง
เฉาเต๋อไห่เปล่งเสียงแหลมขึ้นว่า
“ฮ่องเต้เสด็จ!”
หงฝูรีบนำทุกคนคุกเข่าคำนับต้อนรับ
ฮ่องเต้เสด็จลงจากราชรถ วันนี้ทรงฉลองพระองค์ชุดสามัญ ทว่าพระพักตร์เปี่ยมด้วยชีวิตชีวา แก้มแดงเรื่อ ดูท่าทางอารมณ์ดีไม่น้อย
พระองค์ยกพระหัตถ์ให้ทุกคนลุกขึ้น แล้วทอดพระเนตรข้ามฝูงชนไปยังแปลงมันเทศเขียวชอุ่มเบื้องไกล พระเนตรเต็มไปด้วยความคาดหวัง
ผู้ที่ลงจากรถตามฮ่องเต้มาคือฮองเฮา นางจูงมือองค์หญิงเล่อหนิงไว้
องค์หญิงเล่อหนิงลงจากรถมาก็หันมองซ้ายขวา ดึงแขนเสื้อฮองเฮาพลางถามโน่นถามนี่ ตื่นเต้นราวกับนกน้อย
