องค์หญิงเล่อหนิงนั่งยองอยู่ข้างกองไฟ จ้องเถ้าถ่านที่ลอยควันเขียวตาเป็นมัน แทบอยากจะเพ่งมองมันเทศให้มากกว่านี้ เผื่อจะสุกเร็วขึ้น
ระหว่างรอ ชาวนาขุดมันเทศขึ้นมาได้หลายตะกร้าใหญ่ กองพะเนินอยู่บนคันนาเสียจนดูคล้ายเนินเขาเล็ก ๆ
ฮ่องเต้ขุดมันเทศอย่างกระตือรือร้นอยู่ครึ่งค่อนวันจนเหงื่อท่วมกาย พระทัยเบิกบานเป็นพิเศษ
พระองค์เสด็จไปยังคันนา ทอดพระเนตรมันเทศสีแดงคล้ำในตะกร้าเหล่านั้น รอยยิ้มพึงพอใจปรากฏเต็มพระพักตร์
เฉินเส้าอันกะเวลาเห็นว่าใกล้ได้ที่แล้ว จึงใช้กิ่งไม้เขี่ยเถ้าถ่านออก คีบมันเทศที่ฝังอยู่ข้างในออกมาทีละหัว
เปลือกมันเทศถูกเผาจนเป็นสีน้ำตาลเข้ม บางจุดมีน้ำตาลสีทองไหลซึมออกมา ต้องแสงอาทิตย์เป็นประกายใส กลิ่นหวานเข้มข้นลอยกรุ่นเข้าจมูก
กลิ่นหอมนั้นเจือกลิ่นไหม้จากถ่านไฟและความหวานนุ่มของมันเทศ ฟุ้งกระจายไปในอากาศ ชวนให้ผู้คนที่อยู่รอบข้างกลืนน้ำลายตามกัน
องค์หญิงเล่อหนิงร้อนใจจนกระทืบเท้า “หอมเหลือเกิน หอมเหลือเกิน! พ่อครัวหลวงเฉิน กินได้หรือยัง?”
เฉินเส้าอันวางมันเทศเผาสุกแล้วลงบนใบบัวสะอาด ก่อนยกไปถวายเบื้องพระพักตร์ฮ่องเต้
“ฝ่าบาท โปรดเสวยก่อนพ่ะย่ะค่ะ”
ฮ่องเต้ทอดพระเนตรมันเทศเผาร้อนกรุ่นอยู่สองสามหัว แล้วพยักพระพักตร์อย่างพอพระทัย
แต่พระองค์มิได้ทรงหยิบขึ้นมาในทันที หากเหลือบมองเฉาเต๋อไห่ตามความเคยชิน
เฉาเต๋อไห่เข้าใจในทันที โบกมือพลางร้องเสียงแหลม “ใครก็ได้ มาทดสอบพิษ!”
ขันทีร่างสูงผอมคนหนึ่งแทรกตัวออกมาจากฝูงชน
