งานเลี้ยงฉงหยางจัดขึ้น ณ ตำหนักชิ่งรุ่ย
ภายในตำหนักสว่างไสวด้วยแสงโคม เบญจมาศประดับอยู่ทั่วห้อง ทั้งเบญจมาศกรงเล็บปูสีทองอร่าม เบญจมาศเส้นเงินสีขาวดุจหิมะ และเบญจมาศม่วงแดงพันธุ์มังกรม่วงหมอบหิมะ ล้วนจัดวางซ้อนเรียงกันตามมุมตำหนักและบนโต๊ะ ประกายสีสันส่องประสานกับแสงเทียน
ไทเฮาประทับอยู่ตรงกลาง ฮ่องเต้ประทับทางซ้าย ฮองเฮาประทับทางขวา ส่วนองค์รัชทายาท องค์หญิงเล่อหนิง และพระสนมฮวาทยอยนั่งตามลำดับ
เมื่อทุกคนประจำที่แล้ว ขันทีจึงทยอยเข้ามา วางถ้วยน้ำแกงกระเบื้องขาวตรงหน้าแต่ละคน
ฝาถ้วยปิดสนิท จึงมองไม่เห็นว่าข้างในเป็นสิ่งใด ทว่ากลิ่นหอมจาง ๆ ลอยลอดออกมาจากร่องฝา เจือกลิ่นฉุนหอมของพริกไทยและความหอมเข้มข้นของเนื้อสัตว์ ก่อนแผ่กระจายไปทั่วตำหนักอย่างเงียบงัน
เฉินเส้าอันถือถาดใบหนึ่งเดินเข้ามาในตำหนักด้วยตนเอง ก่อนหยุดยืนตรงหน้าไทเฮาแล้วค้อมกายกราบทูลว่า
“ทูลไทเฮา ทูลฝ่าบาท อาหารจานแรกของวันนี้มีนามว่า ‘ไก่ตุ๋นกระเพาะหมู’ พ่ะย่ะค่ะ”
เขาเปิดฝาถ้วยน้ำแกงตรงหน้าไทเฮา ไทเฮาเสวยอาหารเจ ภายในถ้วยจึงเป็นแกงใสทำจากเห็ดและเต้าหู้ น้ำแกงใสกระจ่าง
เฉินเส้าอันตั้งใจเตรียมแกงเจจานนี้ไว้ให้ไทเฮา เพื่อไม่ให้นางต้องมองผู้อื่นกินดื่ม ขณะที่ตรงหน้าตนว่างเปล่าจนน่าอึดอัด
จากนั้นเขาหันไปยังเบื้องพระพักตร์ฮ่องเต้ แล้วเปิดฝาถ้วยน้ำแกงอีกใบ
ไอสีขาวลอยกรุ่นขึ้นมา พร้อมกลิ่นฉุนหอมเข้มข้นของพริกไทยและกลิ่นหอมแน่นของเนื้อสัตว์ ก่อนแผ่กระจายออกไปโดยรอบ
น้ำแกงสีขาวขุ่นข้น กระเพาะหมูและเนื้อไก่หลายชิ้นจมอยู่ในน้ำแกงครึ่งหนึ่ง มีพุทราแดงกับเก๋ากี้สองสามเม็ดแต่งแต้มอยู่ตรงกลาง สีสันดูอ่อนละมุน
