ฮองเฮาตรัสกลั้วรอยยิ้มอยู่ด้านข้างว่า “หากองค์รัชทายาททรงชอบ วันหน้าค่อยให้พ่อครัวหลวงเฉินตัดเย็บให้สักตัว เจ้าสูงใหญ่ ต้องวัดตัวตัดเสื้อใหม่จึงจะพอดี”
องค์รัชทายาทได้ยินดังนั้นก็รีบประสานมือคำนับ “ขอบพระทัยเสด็จแม่”
องค์หญิงเล่อหนิงรอไม่ไหวมานานแล้ว นางดึงแขนเสื้อฮองเฮา พลางถามด้วยแววตาออดอ้อนว่า “เสด็จแม่ ของลูกมีหรือไม่เพคะ?”
ฮองเฮายิ้มพลางใช้นิ้วแตะปลายจมูกนางเบา ๆ “มีสิ ขาดของเจ้าไปไม่ได้หรอก”
ตรัสพลางรับเสื้อกั๊กขนเป็ดสีชมพูพีชตัวเล็กจากมือหลิ่วหยา แล้วสวมให้องค์หญิงเล่อหนิง
เสื้อตัวนั้นตัดตามสัดส่วนของนาง ขนาดจึงพอดิบพอดี เมื่อสวมแล้วองค์หญิงเล่อหนิงก็ยินดีจนหมุนตัวอยู่กับที่สองรอบ ชายเสื้อสีชมพูพลิ้วไหวแผ่วเบาท่ามกลางแสงอาทิตย์ยามสารท ราวกับผีเสื้อตัวน้อยที่กำลังเริงร่า
“อุ่นสบายยิ่งนัก!” องค์หญิงเล่อหนิงลูบเสื้อกั๊กบนกาย ยิ้มจนดวงตาโค้งเป็นจันทร์เสี้ยว
ไม่นานนัก นางก็เริ่มวิ่งไปมาบนกำแพงเมือง หน้าผากมีเหงื่อเม็ดเล็กผุดขึ้นเป็นชั้นบาง ๆ อย่างรวดเร็ว
ฮองเฮาเห็นแล้วก็รีบเรียก “เล่อหนิง อย่าวิ่งแล้ว ดูสิ เหงื่อออกหมดแล้ว รีบถอดเสื้อกั๊กออก ประเดี๋ยวจะเป็นผดเอา”
องค์หญิงเล่อหนิงกลับไม่ยอม นางวิ่งไปพลางหันกลับมาตะโกนว่า “ลูกไม่ถอด! ลูกจะใส่อีกสักพัก!”
ฮองเฮาทั้งขุ่นพระทัยทั้งขบขัน กำลังจะให้เหล่านางกำนัลไปตามนาง ไทเฮาก็ทรงแย้มพระสรวลแล้วโบกพระหัตถ์ “เด็กเล็กก็ปล่อยนางไปเถิด รอจนร้อนทนไม่ไหว นางย่อมถอดเอง”
พระสนมฮวายืนอยู่ด้านข้าง มองไทเฮา ฮ่องเต้ องค์รัชทายาท และองค์หญิงเล่อหนิง แต่ละคนล้วนมีเสื้อขนเป็ดสวมใส่ ฮองเฮาเองก็คงมีเช่นกัน มีเพียงนางที่ไม่มี สีหน้าจึงค่อย ๆ ไม่น่าดูขึ้นมา
